คนก็ถือว่าไม่เลวแล้ว โชคของสำนักชิงซานทำให้ผู้คนรู้สึกอิจฉากันอย่างมาก
จัวหรูซุ่ยและเจ้าล่าเยวี่ย คนหนึ่งมาจากซีไห่ ส่วนอีกคนมาจากเมืองเจาเกอ ชาติตระกูลต่างมิใช่ธรรมดา มีความข้องเกี่ยวกับโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรมิใช่น้อย ทั้งยังถูกพบได้ค่อนข้างง่าย แต่ได้ยินว่าหลิ่วสือซุ่ยผู้นี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลมาแต่เด็ก ก่อนเข้าสู่สำนักมิได้สัมผัสกับการบำเพ็ญเพียรมาก่อน แล้วไปถูกสำนักชิงซานค้นพบได้อย่างไร?”
เมื่อมองดูเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่บนแม่น้ำ แต่ละสำนักต่างรู้สึกสับสน
หลิ่วสือซุ่ยมิได้รับผลกระทบใดๆ เขายืนอยู่บนก้อนหินในแม่น้ำ ยังคงแสดงกระบี่ออกมาได้อย่างง่ายดาย
กระบี่บินปรากฏกายขึ้น ไม่มีเงา กระทั่งลำแสงกระบี่ก็หามีไม่ คล้ายแค่ชั่วพริบตาก็มาถึงผาหินที่อยู่ห่างออกไปสิบจ้างแล้ว
ไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ สายน้ำที่ไหลเอื่อยมิได้เกิดคลื่นกระเพื่อมเลยแม้แต่วงเดียว บนผาหินมีรูเล็กๆ ที่กลมมนปรากฏขึ้นมารูหนึ่ง
ดูคล้ายภาพที่ไม่มีอะไรแปลก บริเวณหน้าผามีเสียงอุทานตกใจดังขึ้นมาเบาๆ
สองนิ้วในมือซ้ายของหลิ่วสือซุ่ยประกบกัน เขาใช้เคล็ดกระบี่ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในคัมภีร์กระบี่ กระบี่บินกลับมาจากผาหิน
เขาดูคล้ายก้าวลงไปในลำธารโดยมิได้คิดอะไร ก่อนจะเหยียบลงไปบนกระบี่อย่างพอดิบพอดี จากนั้นลอยตามกระบี่ขึ้นไป กระบี่บินทิ้งเงาตามหลังเอาไว้สายหนึ่ง ความเร็วเพิ่มขึ้นฉับพลัน แปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างสายหนึ่ง เพีย