่เจี้ยน มิได้กลับไปยังถ้ำของตน หากแต่ไปยังถ้ำของจิ๋งจิ่ว”
สายตาหม่าหวามองไปยังด้านล่างของลำธาร พลางกล่าวอย่างทอดถอนใจ “เวลานี้นางกำลังพูดคุย…กับจิ๋งจิ่วอยู่”
หลิ่วสือซุ่ยโล่งใจ ภายในใจแอบครุ่นคิดคุณชายย่อมมิใช่ธรรมดา และก็มีเพียงอัจฉริยะอย่างศิษย์พี่ล่าเยวี่ยเท่านั้นที่เขาจะยินดีพูดคุยด้วยสักหลายประโยค
เมื่อคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา เวลาที่จิ๋งจิ่วอยู่กับเขา แต่ไหนแต่ไรมามิค่อยพูดจา นี่จึงทำให้เขาพลันรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
หม่าหวาดึงสายตากลับมามองดูเขา กล่าวว่า “เจ้าไม่อยากไปดูหรือ?”
หลิ่วสือซุ่ยส่ายหัว วางผ้าฝ้ายปูลงไปบนหิน รอตากแดดจนแห้ง ก่อนจะเดินกลับลงไปในลำธารแล้วเริ่มตั้งใจฝึกกระบี่ต่อ
หม่าหวามองดูร่างกายเล็กผอมที่อยู่บนแม่น้ำ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเจ้านี่กันแน่
ในช่วงหลายวันนี้ หลิ่วสือซุ่ยนิ่งเงียบขึ้นกว่าเดิม แล้วก็ตั้งใจฝึกมากกว่าเดิม คล้ายในที่สุดก็เจอเป้าหมายอะไรบางอย่าง แล้วก็คล้ายกำลังแบกรับความกดดันอะไรบางอย่าง
วิถีของยอดเขาเหลี่ยงว่างนั้นอยู่ที่ความเพียรและความอดทน การแสดงออกของหลิ่วสือซุ่ยควรจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เขามักรู้สึกมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง
หม่าหวาเดินกลับมายังศาลาธรรมชาติที่เกิดจากเงาต้นไม้จำนวนมาก เขามองกู้หานพลางกล่าวถาม “ตอนนี้ท่านยังคิดว่าจิ๋งจิ่วเป็นพวกไร้ประโยชน์อีกหรือไม่?”
กูหานกล่าวสีหน้าราบเรียบ “เอากระบี่มาไม่ได้ล้วนเป็