นพวกไร้ประโยชน์ แม้นเขาจะเป็นอัจฉริยะในสายตาของทั้งโลกก็ตาม”
หม่าหวาเข้าใจความหมายของเขา มิกล่าวกระไรอีก
……
……
การเรียนที่ริมฝั่งธารสี่เจี้ยนจบสิ้นลง ลูกศิษย์สิบกว่าคนกรูกันออกมาจากศาลาสี่เจี้ยน มาถึงริมฝั่งธาร
พวกเขาบางคนล้างกระบี่ในลำธาร บางคนก็ล้างผลไม้ในลำธาร บางคนแสร้งทำเป็นจับกลุ่มคุยกัน
แต่ความจริงแล้ว พวกเขาทุกคนต่างกำลังมองดูหน้าผาที่อยู่อีกฟากหนึ่งของฝั่งแม่น้ำ
ตรงหน้าผามีก้อนหินตั้งเรียง ด้านหลังก้อนหินคือถ้ำแห่งหนึ่ง เทียบกับถ้ำอื่นบนหน้าผามิได้มีอะไรต่างกัน
เวลานี้ ตรงด้านหน้าถ้ำมีเงาคนตะคุ่มๆ อยู่สองคน
“ใช่ศิษย์พี่เจ้าจริงหรือ?”
“เจ้าดูผิดหรือเปล่า?”
“อวี๋คุนเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนักพร้อมกับศิษย์พี่ เคยอยู่กับศิษย์พี่ในศาลาสี่เจี้ยนมาหลายสิบวัน เขาจะมองผิดได้อย่างไร?”
“ศิษย์พี่เจ้าลงเขามาแล้วจริงๆ หรือ? อย่างนั้นเหตุใดนางจึงไปอยู่ในนั้น?”
“รีบดูเร็ว!” นางกำลังพูดกับจิ๋งจิ่วจริงๆ ด้วย!”
……
……
เหล่าลูกศิษย์ที่อยู่ข้างลำธารพูดคุยถกเถียงกันเสียงเบาๆ ทั้งตื่นเต้นและประหม่า
สำหรับพวกเขาแล้ว เจ้าล่าเยวี่ยคือศิษย์พี่ที่น่าเคารพมากที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นเทพธิดาที่พวกเขามิอาจเอื้อมถึง
มิว่าผู้ใด่างก็รู้ว่าศิษย์พี่เจ้ามีนิสัยเย็นชาและพูดน้อย ไม่ว่ากับใครก็เหมือนกัน ล้วนแต่รู้สึกห่างเหิน กระทั่งยอดเขาเหลี่ยงว่างที่อยากจะได้ตัวนางมาโดยตลอด นางก็ยังมิยอมเข้าใกล้ เช่นนั้นเหตุใดนางเพิ่