มากที่สุด แต่เขายังคงเป็นเหมือนปกติ ไม่ได้พูดอะไรมาก
เขายังคงนอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่นั่น หากมิเป็นเพราะวานรที่อยู่ด้านหลังหน้าผาเคลื่อนย้ายก้อนหินก้อนใหญ่มาสองก้อน เขาก็ยังไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าล่าเยวี่ยควรจะนั่งตรงไหน
“อาการบาดเจ็บหายดีแล้ว?”
“อืม”
“เจตน์กระบี่หลอมกายาสำเร็จแล้ว?”
“อืม”
คำพูดของจิ๋งจิ่วน้อย คำพูดของเจ้าล่าเยวี่ยก็มิได้มาก
สำหรับเรื่องนี้ เขารู้สึกดีมาก
หลิ่วสือซุ่ยเองก็ดีมาก เพียงแต่บางครั้งค่อนข้างขี้บ่นไปหน่อย
เขาไม่มีประสบการณ์ในการคุยเล่นมากนัก จึงนึกว่าบทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น จากนั้นมองไปทางจานกระเบื้องใหม่อีกครั้ง ในมือหยิบทรายขึ้นมาจำนวนหนึ่ง แล้วครุ่นคิดว่าควรจะวางไว้ตรงไหน
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้กล่าวกระไร สองตาปิดลง แล้วเริ่มครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ภายใต้แสงอาทิตย์ และคอยซึมซับพลังวิญญาณในธรรมชาติ
อาการบาดเจ็บในคืนวันนั้นส่วนใหญ่หายดีแล้ว ยาวิเศษที่จิ๋งจิ่วให้นางเอาไว้เม็ดนั้นก็ช่วยนางได้เป็นอย่างมาก แต่การอาศัยที่ยอดเขากระบี่มาหนึ่งปีกว่า ฝึกเจตน์กระบี่หลอมกายาจนสำเร็จ ร่างกายของนางได้รับความเสียหายหลายแห่ง เส้นลมปราณเองก็มีรูเล็กๆ อยู่หลายแห่ง พลังของโอสถกระบี่เองก็ได้รับผลกระทบ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลาค่อยๆ ทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร นางลืมตาขึ้นมา ก่อนจะพบว่าดวงอาทิตย์คล้อยต่ำไปทางทิศตะวันตกแล้ว
จิ๋งจิ่วยังคงหนีบทรายเหล่านั้นเอาไว้ มองด