ิษย์พี่ของเจ้าผู้นั้น ความจริง ก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้วเจ้าก็ควรทำเช่นนี้”
จิ๋งจิ่วกล่าว
ในศาลาหนานซงเช่นเดียวกัน เขาเองก็เคยถามคำถามนี้กับหลิ่วสือซุ่ย ไม่ใช่แค่เพียงครั้งเดียวเช่นกัน
หลิ่วสือซุ่ยก้มหน้ากล่าวว่า “ข้ารู้ความลับของคุณชาย เพราะท่านไม่เคยคิดปิดบังข้า หลายครั้งท่านคิดช่วยข้า”
อย่างเช่นการหายใจในหมู่บ้าน อย่างเช่นยาวิเศษที่ละลายอยู่ในชาเม็ดนั้น เหล่านี้ล้วนแต่เป็นความลับของจิ๋งจิ่ว แต่มันกลับเป็นผลประโยชน์ของเขา
“เจ้าคิดมากไปแล้ว” จิ๋งจิ่วยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “เพราะกลัววุ่นวายต่างหาก เวลานั้นเจ้ากับข้าอยู่ด้วยกันทุกวัน มันวุ่นวายเกินไปถ้าต้องมาปิดบังเจ้า”
เพียงแค่วุ่นวายงั้นหรือ?
หลิ่วสือซุ่ยยันกายลุกขึ้นเดินออกไปนอกถ้ำ แลดูน่าสงสาร
จากหมู่บ้านมาสามปี จากเด็กชายเติบโตเป็นชายหนุ่ม สุดท้ายก็ยังแตกต่างกัน
ตรงปากถ้ำ หลิ่วสือซุ่ยหยุดฝีเท้า ใบหน้ามิได้เหลียวกลับ เขาถามด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “…อาจารย์อาผู้นั้น…เป็นคนเลวงั้นหรือ?”
จิ๋งจิ่วก้มหน้าอ่านเคล็ดกระบี่ มิได้ตอบคำถามนี้
หลิ่วสือซุ่ยยืนอยู่ตรงปากถ้ำ มิยอมจากไป
มิรู้ผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดเสียงของจิ๋งจิ่วก็ดังขึ้น
“เมื่อยืนในมุมของข้า เขาย่อมต้องเป็นคนเลว”
หลิ่วสือซุ่ยเดินจากไปโดยมิกล่าวกระไร
……
……
จิ๋งจิ่วไม่เคยคิดว่าหลิ่วสือซุ่ยจะกล่าวฟ้องตนหรือไม่
เพื่อที่จะกลับมายังสำนักชิงซาน เขาคิดคำนวณอยู่ในหมู่บ้านนั้นเป็นเว