จิ่วมิได้เจตนาจะเหยียดหยามกู้หาน เขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเหตุใดสายตาของทุกคนจึงดูตะลึงลานถึงเพียงนี้
เขาเพียงแต่ตอบคำถามของกู้หานเท่านั้น
เรื่องที่เขาจะทำ มันไม่เกี่ยวกับกู้หานจริงๆ
แต่เขาคิดไม่ถึงว่า สำหรับคนอื่นๆ แล้ว คำตอบขอบเขามันหมายถึงอะไร
หลิวสือซุ่ยตกใจอย่างยิ่ง เขารีบวิ่งกลับมาจากในแม่น้ำ
เขาคิดจะอธิบายแทนจิ๋งจิ่ว แต่กลับถูกกู้หานห้ามไว้
“ผ่านมาครึ่งปีแล้ว สภาวะของเจ้ามิได้มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย เงาของผลแห่งกระบี่ก็ไม่มี”
กู้หานมองจิ๋งจิ่วด้วยสีหน้าราบเรียบ กล่าวว่า “ได้ยินเจ้าบอกว่าจะใช้กระบี่ของอาจารย์อาม่อ เจ้าคิดว่าเจ้ามีคุณสมบัตินี้งั้นรึ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “มี”
……
……
ริมน้ำเงียบเชียบ
เสียงพรืดเสียงหนึ่งดังขึ้น มีคนหลุดหัวเราะออกมา
คนอื่นๆ พากันครุ่นคิดว่าจิ๋งจิ่วจะตอบโต้การสั่งสอนของกู้หานอย่างไร แต่ไม่มีใครคิดถึงว่าเขาจะใช้คำพูดเพียงแค่คำเดียว
ในตอนที่เขาพูดคำว่า ‘มี’ ออกไป กระทั่งคิดเขาก็มิได้หยุดคิดเสียด้วยซ้ำ
สีหน้าของกู้หานแปรเปลี่ยนเป็นคร่ำเคร่ง เขากล่าวเสียงเย็นชาว่า “อาศัยเพียงยาวิเศษ ไม่มีทางที่จะเหยียบไปบนหนทางสู่สวรรค์ที่แท้จริงได้ เจ้าล้มเลิกความคิดนี้เสียเถอะ”
ครั้งนี้ คนที่ตอบออกไปกลับมิใช่จิ๋งจิ่ว หากแต่เป็นเสียงที่อ่อนโยน แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจเสียงหนึ่ง
“หนทางสู่สวรรค์ ผู้ใดสามารถกำหนดได้ว่าวิธีไหนเป็นวิธีที่ถูกต้อง?”
คนอื่นๆ พากันกระจายตัว กู้หานเ