พวกเขาให้ความสำคัญ จะต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ความกดดันที่หลิ่วสือซุ่ยต้องแบกรับนั้นหนักหนาสาหัสอย่างมาก
ในคืนวันที่สี่ ประตูที่พักเขาถูกเปิดออกอีกครั้ง แต่คนที่มาคืนนี้มิใช่หลิ่วสือซุ่ย หากแต่เป็นคนอ้วนที่เคยเจอหน้ากันเมื่อครั้งที่อยู่บนยอดเขากระบี่
“ข้าชื่อหม่าหัว ชื่อมิได้มีอะไรพิเศษ อยู่ในอันดับที่สามสิบเจ็ดของยอดเขาเหลี่ยงว่าง ก็มิได้มีอะไรพิเศษเช่นนี้ แต่ข้าย่อมต้องสำคัญกว่าเจ้าอย่างมาก แม้นเจ้าจะเป็นที่รู้จักมากกว่าข้าก็ตาม จุดประสงค์ที่ข้ามาในคืนนี้เจ้าน่าจะรู้แจ้งดี ถูกต้อง ข้ามาถ่ายทอดคำพูดแทนศิษย์พี่กู้ซาน หลังจากนี้เจ้าอย่าได้มาเจอหน้าสือซุ่ยอีก เจ้ามิต้องรีบร้อนที่จะพูด ข้ารู้ว่าเจ้าดูแคลนวิธีการแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นขอเพียงเจ้าไม่เข้ามาเป็นศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่าง พวกเราก็ไม่มีเหตุผลต้องไปยุ่งวุ่นวายกับเจ้า แต่เจ้าอย่าลืมเสียล่ะ ตอนนี้สือซุ่ยกำลังเรียนกระบี่กับพวกข้าอยู่”
หม่าหัวมองจิ๋งจิ่ว ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “ตอนนี้ทุกวันสือซุ่ยต้องรับโทษตามกฎของยอดเขา บาดเจ็บไม่หนัก แต่ก็เจ็บปวด เจ้าว่านี่เป็นเพราะเหตุใด?”
จิ๋งจิ่วมองดูเขา
หม่าหัวกล่าวต่อว่า “ตอนอยู่ศาลาหนานซง สือซุ่ยสามารถไม่บำเพ็ญแล้วคอยติดตามเจ้าได้ แต่เจ้าก็รู้ ตอนนี้เขาทำแบบนั้นมิได้”
จิ๋งจิ่วรู้ว่าเขาพูดความจริง ในฐานะที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด เมื่อมาถึงยอดเขาทั้งเก้าและได้เจอกับเคล็ดกระบี่ที่ทุก