คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวัน จึ่งอธิบายว่า “ท่านอย่าได้โกรธเคืองศิษย์พี่กู้เลย เขาเป็นคนดี เพียงแต่เข้มงวดไปหน่อยเท่านั้น”
จิ๋งจิ่วฟังคำพูดนี้ พลันพบเห็นปัญหาหนึ่ง จึงเลิกคิ้วถามว่า “ศิษย์พี่?”
หลิ่วสือซุ่ยยิ้มอย่างขวยเขิน กล่าวว่า “อันที่จริงข้าควรเรียกเขาอาจารย์กู้ เขาคิดว่าความสามารถของข้าพอใช้ได้ บอกว่าจะเลือกข้าในงานชุมนุมเฉิงเจี้ยน จึงอนุญาตให้ข้าเรียกเขาศิษย์พี่เป็นการส่วนตัวได้
เขามิได้มีความโอ้อวดได้ใจ เพียงแต่ดีใจอย่างมากเท่านั้น
จิ๋งจิ่วยิ้ม มิได้กล่าวกระไร
หลิ่วสือซุ่ยคิดว่าเขากำลังหัวเราะตน อดใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยมิได้ เขามิรู้ควรทำอะไร จึงลุกยืนขึ้นไปปูเตียงและจัดแจงของบนฟูกแทนจิ๋งจิ่ว
เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดที่สำนักชิงซานให้ความสำคัญที่สุด ลูกศิษย์อัจฉริยะที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างปรารถนาจะได้ตัวมา กำลังปูเตียงให้กับศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนัก แถมยังทำอย่างเต็มใจถึงเพียงนี้
หากมีคนเห็นภาพนี้เข้า คงตะลึงลานจนพูดอะไรไม่ออก
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ จิ๋งจิ่วเองก็มิได้มีท่าทีคัดค้าน
ปูเตียงเสร็จ เก็บกวาดด้านหน้าถ้ำเสร็จเรียบร้อย เขาจึงเริ่มพรรณนาเรื่องราวที่ตนเองได้ทำและพบเจอกับใครในหนึ่งปีมานี้ให้จิ๋งจิ่วฟัง
จิ๋งจิ่วฟังอย่างเงียบๆ บางครั้งยิ้ม บางครั้งตอบกลับไปประโยคหนึ่ง
เขามิได้หงุดหงิด มิได้หลับตา มิได้นอนหลับ ไม่เหมือนเมื่อครั้งที่อยู่ในห