มู่บ้านตอนแรก
หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกกลุ้มใจ เพราะเขาพูดแต่เพียงฝ่ายเดียว
ความจริงเขาอยากรู้ว่าในหนึ่งปีมานี้ จิ๋งจิ่วใช้ชีวิตในศาลาหนานซงอย่างไร เหตุใดจู่ๆ ถึงขยันขันแข็งขึ้นมา? เหตุใดจึงสามารถบรรลุขั้นรักษาจิตจนบริบูรณ์และผ่านการทดสอบเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนักได้?
จิ๋งจิ่งคล้ายไม่มีความต้องการจะกล่าวเรื่องเหล่านี้
เป็นเพราะไม่เจอกันหนึ่งปี จึงเกิดความรู้สึกแปลกหน้าอย่างนั้นหรือ?
หลิ่วสือซุ่ยคิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง จึ่งลุกยืนอย่างตื่นเต้น พลางกล่าวกับจิ๋งจิ่วว่า “คุณชาย ข้าแนะนำท่านให้รู้จักกับศิษย์พี่กู้ดีหรือไม่! ด้วยพรสวรรค์แลสติปัญญาของท่าน จะต้องได้รับการชื่นชมจากเขาเป็นแน่ แม้นเขามิอาจรับปากว่าจะเลือกท่านขึ้นเขาในงานชุมนุมเฉิงเจี้ยน แต่เขาจะต้องยินดีสอนเพลงกระบี่ให้ท่านแน่ เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราก็จะสามารถฝึกฝนด้วยกันได้”
จิ๋งจิ่วไม่แม้แต่จะครุ่นคิด เขาส่ายหัวพลางกล่าว “ไม่ต้อง”
หลิ่วสือซุ่ยงุนงง กล่าวว่า “คุณชายท่านอาจจะไม่รู้ ยอดเขาเหลี่ยงว่างเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสำนักชิงซานของเรา บนยอดเขาล้วนแต่เป็นศิษย์หนุ่มสาวรุ่นที่สาม ไม่มีเจ้าแห่งยอดเขา แต่อาจารย์จากทุกยอดเขาจะเลือกวันเวลามาที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างเพื่อสอนวิชา นี่หมายความว่าขอเพียงเป็นศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่าง ก็จะได้เรียนรู้เคล็ดวิชาของทั้งเก้ายอดเขา…”
สุ้มเสียงของเขาเบาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบหายไป
เนื่องจากจิ๋งจิ่วย