ลงโทษตนอย่างนั้นหรือ?
อย่างนั้นยอดเขาเหลี่ยงว่างล่ะ?
หลิ่วสือซุ่ยยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว เขานิ่งเงียบมิกล่าวอันใด
……
……
หลังออกมาจากถ้ำริมผา แล้วเดินไปตามทางบนภูเขาประมาณครึ่งลี้ หลิ่วสือซุ่ยถึงจะเหยียบขึ้นไปบนกระบี่แล้วบินขึ้นไป
เขาไม่อยากให้จิ๋งจิ่วมองเห็นภาพนี้ เพราะกังวลว่าจะทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย
กระบี่บินบินเลียดหน้าผาขึ้นมา ไม่นานก็ทะลวงก้อนเมฆจนมาถึงท้องฟ้ายามค่ำคืนที่อยู่สูงลิบ
ลมหนาวถาโถมเข้ามา หลิ่วสือซุ่ยมิได้ใช้ปราณกระบี่ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ ทว่าเขาไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกหนาว หากแต่รู้สึกร้อนเสียด้วยซ้ำ
สำหรับเขาแล้ว การขี่กระบี่บินนั้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อมองดูชั้นเมฆที่อยู่ใต้ดวงดารา เมื่อมองดูธารสี่เจี้ยนที่อยู่ด้านล่าง เมื่อมองดูหมู่ยอดเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาก็อดส่งเสียงตะโกนออกมาไม่ได้ จากนั้นเมื่อได้สติรู้ตัวก็รีบเอามืออุดปากแล้วมองไปรอบๆ
……
……
จิ๋งจิ่วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน
เสียงตะโกนนั้นดังมาจากท้องฟ้าที่อยู่สูงลิ่ว เหล่าลูกศิษย์ในสำนักที่อยู่ริมธารน่าจะไม่มีใครได้ยิน แต่สำหรับเขาซึ่งมีความสามารถในการได้ยินเหนือกว่าคนอื่นกลับได้ยินมันชัดเจนราวกับดังอยู่ข้างหู
เขาฟังออกว่านั้นเป็นเสียงของสือซุ่ย ทั้งยังฟังออกถึงความตื่นเต้นที่อยู่ในสุ้มเสียง
สภาวะของหลิ่วสือซุ่ยรุดหน้าอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ ใช้เวลา