จะใช้กฎของยอดเขาเหลี่ยงว่างลงโทษหลิ่วสือซุ่ย เช่นนั้นก็เท่ากับกำลังสั่งสอนหลิ่วสือซุ่ยในฐานะศิษย์สายตรงของยอดเขาเหลี่ยงว่าง
สำหรับเหล่าลูกศิษย์ในสำนักที่ปรารถนาจะถูกยอดเขาเหลี่ยงว่างเลือกตัวไปในงานชุมนุมเฉิงเจี้ยน การดูแลสั่งสอนเช่นนี้มันคุ้มค่าที่จะอิจฉาเสียจริง
ท่อนไม้แข็งๆ ฟาดลงไปบนแผ่นหลังหลิ่วสือซุ่ย เกิดเป็นเสียงทึบหนักๆ
เวลารับโทษ ย่อมไม่สามารถเคลื่อนปราณก่อกำเนิดมาคุ้มครองร่างกายได้ หลิ่วสือซุ่ยจึงได้แต่ต้องฝืนรับความเจ็บปวด
ท่อนไม้ฟาดลงไม่หยุด เสียงทึบดังขึ้นไม่หยุด
หลิ่วสือซุ่ยเจ็บปวด ในดวงตาเต็มไปด้วยหยดน้ำตา แต่เขากลับยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวกระไร
ทันใดนั้นเอง เขาพลันรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง สายตาเหลือบมองไป ก่อนจะเห็นสายตาเยือกเย็นของกู้หาน
เขามองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ
หลิ่วสือซุ่ยสังเกตเห็นสายตาของเขา จึงฝืนทนความเจ็บปวดส่ายหัวไม่หยุดเพื่อบอกเขาอย่าได้ทำอะไรวู่วาม
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบอยู่ครู่ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปด้านนอกยอดเขา
คนอยู่มากมายขนาดนี้ แต่มีเพียงกู้หานที่สังเกตเห็น ในขณะที่หมุนตัว เขาเองก็ส่ายหัวเช่นกัน
……
……
“พอได้แล้ว”
กู้หานส่งสัญญาณบอกว่าการลงโทษสิ้นสุด เขามองดูแผ่นหลังจิ๋งจิ่วที่เดินห่างออกไป สองคิ้วขมวดขึ้นมาเล็กน้อย
คนอ้วนผู้นั้นดึงไม้กระบองกลับ ก่อนใช้ผ้าสีเขียวห่อเก็บเอาไว้อย่างดี จากนั้นจึงมองตามสายตาเขาไ