ักมาหาตนที่หอกระบี่ ซึ่งน้อยครั้งนักที่จะเห็นอีกฝ่ายทำเช่นนี้ แต่นี่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสนใจอะไร
“ข้าเตรียมจะไปจากนี่” จิ๋งจิ่วกล่าว
อาจารย์หลี่ว์ยกถ้วยชาขึ้นมาเตรียมจิบสักคำสองคำ ครั้นได้ยินคำพูดนี้ มือของเขาพลันหยุดค้างกลางอากาศ
เขาล้มเลิกความคิดเรื่องจิ๋งจิ่วไปนานแล้ว ทว่า…สุดท้ายแล้วก็ยังมีความรู้สึกเสียดายในความสามารถและยังไม่อยากยอมแพ้ เขาจึงมิได้ไล่อีกฝ่ายออกจากสำนัก ท้ายที่สุดกลับเป็นอีกฝ่ายที่คิดจะยอมแพ้อย่างนั้นหรือ? กระทั่งนอนฆ่าเวลาไปวันๆ ก็ไม่คิดจะทำแล้ว?
อาจารย์หลี่ว์รู้สึกเบื่อเล็กน้อย เขายิ้มเฝื่อนกล่าวว่า “เจ้าคิดจะไปที่ใด?”
จิ๋งจิ่วครุ่นคิดเล็กน้อย กลาวว่า “เรื่องที่ว่าจะไปยอดเขาไหน ตอนนี้ข้ายังคิดไม่ออก”
“อย่างนั้นเจ้าไปคิดเองแล้วกัน ไม่ว่าจะไปหมู่บ้านนั้นหรือว่าเมืองเจาเกอ สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องของเจ้า…ช้าก่อน!”
อาจารย์หลี่ว์พลันได้สติขึ้นมา ถามว่า “เจ้าว่าอะไรนะ? พูดอีกรอบซิ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าบอกว่าข้าคิดไม่ออกว่าจะไปยอดเขาไหน”
อาจารย์หลี่ว์ถามอย่างไม่แน่ใจ “เจ้าหมายถึงยอดเขาทั้งเก้า?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ถูกต้อง ข้าเตรียมจะเข้าไปเป็นศิษย์ในสำนัก”
อาจารย์หลี่ว์รู้สึกสงสัยในหูของตน กล่าวว่า “เจ้ารู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่?”
“ทะเลวิญญาณของข้าเต็มแล้ว สภาวะขั้นรักษาจิตก็น่าจะถือว่าบริบูรณ์แล้ว”
เมื่อมาคิดดูแล้ว การทำสมาธิอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืนและการดู