อซุ่ยและลุูกศิษย์นอกสำนักส่วนใหญ่มิเคยสัมผัสกับการบำเพ็ญเพียรมาก่อน พวกเขาย่อมต้องเจอกับปัญหาที่ยากเข้าใจหลายอย่าง
ต่อให้จิ๋งจิ่วเป็นลูกหลานของตระกูลใหญ่โตในเมืองเจาเกอและมีความรู้ในด้านนี้ ทว่าสายตาและความสามารถที่คำพูดบนกระดาษเหล่านั้นได้แสดงออกมามันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
พรสวรรค์แลสติปัญญาของเขาสูงส่งถึงเพียงนี้เลยหรือนี่?
อาจารย์หลี่ว์มองดูจิ๋งจิ่ว สายตาอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม
ครั้นพออ่านไปถึงหมายเหตุบนกระดาษแผ่นสุดท้าย เขาก็อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ ในใจคิดอยากจะสั่งสอนจิ๋งจิ่วสักประโยคสองประโยค แต่เนื่องด้วยรู้สึกชื่นชม จึงสะกดอารมณ์นั้นเอาไว้
เขาส่งกระดาษคืนให้หลิ่วสือซุ่ย กวาดตามองดูเหล่าศิษย์พลางกล่าวเสียงเบาว่า “พวกเจ้ารู้ไหมเหตุใดพวกเราสำนักชิงซานจึงให้แค่เคล็ดการฝึกแก่ศิษย์นอกสำนัก แต่มิได้อธิบาย? เพราะสำนักอยากจะดูสติปัญญาแลนิสัยของพวกเจ้าแต่ละคน จะได้ใช้วิธีการสอนที่เหมาะสมได้ วันนี้พวกเจ้าไม่รู้จึ่งไปขอคำชี้แนะจากเพื่อนร่วมสำนัก ดังนั้นข้าจะไม่ลงโทษ แต่คราวหน้าห้ามมิให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก”
เหล่าลูกศิษย์รับคำและกล่าวว่าคราวหน้ามิกล้าทำเช่นนี้อีก ทว่าในใจกลับครุ่นคิดเหมือนคำตอบเหล่านั้นของจิ๋งจิ่วจะถูกต้องทั้งหมด
แต่ภายในบรรยากาศแบบนี้ เสียงของจิ๋งจิ่วพลันดังขึ้นมา
“วิธีนี้มันช่างโง่เขลายิ่งนัก สมควรจะเปลี่ยนได้แล้ว”
ภายในหอกระบี่เงียบเสียงทันที เหล่าศิษย์ตกตะลึง ภายใ