นใจครุ่นคิดศิษย์น้องจิ๋งจิ่วมิเพียงแต่จะรอบรู้ ที่แท้ยังกล้าอย่างมากด้วย
เขากล้าแสดงความคลางแคลงสงสัยในกฎสำนักต่อหน้าอาจารย์เซียน!
อาจารย์หลี่ว์ตะลึงลาน จากนั้นจึงโมโหจนหัวเราะออกมา ในใจนึกคิดเจ้าหนุ่มนี่ก็ช่างไร้เดียงสาจนน่ารัก กล้าบอกว่ากฎของชิงซานไม่ถูกต้อง สมควรเปลี่ยนเสีย…เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นเจ้าสำนักงั้นหรือ?
เวลานี้จิ๋งจิ่วมีอารมณ์ที่จะพูดคุยอย่างที่ยากจะได้เห็นในเวลาปกติ เขามิได้สนใจสีหน้าของอาจารย์หลี่ว์และเพื่อนรวมสำนัก หากแต่กล่าวต่อว่า “อย่างเช่นยอดเขาชิงหรง….”
หลิ่วสือซุ่ยมองดูสีหน้าอาจารย์หลี่ว์ จึงรีบดึงแขนเสื้อเขา
เรื่องที่เหล่าลูกศิษย์กังวลมากที่สุดมิได้เกิดขึ้น
คำพูดหลังจากนั้นของจิ๋งจิ่วถูกเสียงที่จู่ๆ ก็ดังสนั่นขึ้นมาเสียงหนึ่งขัดจังหวะเอาไว้
เสียงดังสนั่นนั้นมาจากด้านนอกหอกระบี่ น่าจะมาจากที่ไกลๆ เพราะเสียงดังสะท้อนไปมาระหว่างหมู่ยอดเขา เป็นเวลานานก็ยังมิเงียบหายไป
เหล่าลูกศิษย์วิ่งออกไปด้านนอกหอกระบี่ สายตามองขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะพบว่ามีเพียงก้อนเมฆบางๆ ลอยอยู่เล็กน้อย มิได้มีร่องรอยของสายฟ้าเลย
อีกทั้งต่อให้มีฝนตกฟ้าร้องจริงๆ มันก็ไม่สามารถทำลายการคุ้มกันของข่ายพลังชิงซานได้ เสียงที่ดังสนั่นราวฟ้าคำรามนั้นคือสิ่งใดกันแน่?
สุดท้ายอาจารย์หลี่ว์และจิ๋งจิ่วจึงเดินออกมาจากหอกระบี่ ทั้งสองคนย่อมต้องรู้ว่าเสียงนั้นคืออะไร
“ตรงนั้น!”
มีลูกศิษย์ตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
ชั้