นเมฆบางๆ กลายเป็นรูโหว่จนมองเห็นได้อย่างชัดเจน หากมองขึ้นไปจากบนพื้น จะสามารถมองเห็นท้องฟ้าสีน้ำเงิน คล้ายกับแผ่นกระเบื้องลายคราม
ลำแสงกระบี่สายหนึ่งบินกลับมาจากรูโหว่บนก้อนเมฆ ก่อนจะบินฉวัดเฉวียนไปมาบนท้องฟ้า
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ แล้วครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เล่าลือกันมาเหล่านั้น เหล่าลูกศิษย์ถึงเข้าใจว่ามีคนกำลังขี่กระบี่บินอยู่
เสียงที่ดังสนั่นเมื่อครู่ น่าจะเป็นเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นจากการแหวกอากาศในตอนที่ขี่กระบี่บิน
เพียงแต่มิรู้ว่าผู้ที่ขี่กระบี่บินเป็นศิษย์พี่คนไหนในสำนัก
“ขี่กระบี่ครั้งแรกก็สามารถทะลวงเมฆและขับเคลื่อนสายฟ้าได้ มิเสียทีที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด!”
อาจารย์หลี่ว์มองลำแสงกระบี่ที่บินอยู่บนฟ้าพลางกล่าวอุทานชื่นชม
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ เหล่าลูกศิษย์ถึงได้รู้ว่าผู้ที่ขี่กระบี่บินอยู่คือใคร พวกเขายิ่งตื่นเต้น พูดคุยกันไม่หยุด
บนใบหน้าของศิษย์หญิงผู้นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกชื่นชม ภายใต้อารมณ์ความรู้สึกที่ตื่นเต้น เธอตะโกนเสียงดังขึ้นมา
บริเวณรอบๆ หอกระบี่ไปจนถึงระหว่างหมู่ยอดเขาล้วนแต่มีเสียงตะโกนโห่ร้องดังขึ้น
เมื่อเห็นลำแสงกระบี่ที่เดี๋ยวลอยขึ้นเดี๋ยวลอยลงอยู่บนท้องฟ้า วิถีการเคลื่อนที่ไม่นิ่ง ส่ายไปส่ายมาไม่หยุด จิ๋งจิ่วจึงส่ายศีรษะ
เห็นได้ชัดว่าคนที่ขี่กระบี่บินผู้นั้นไม่มีประสบการณ์ ทว่ากลับเน้นที่ความเร็ว สำหรับเขาแล้วมันยังแย่อยู่มาก
ไม่นานลำแสงกระบ