ี่นั้นพลันเคลื่อนที่นิ่งขึ้น ดูคล้ายเส้นสีขาวที่อยู่บนท้องฟ้าสีคราม ตรงดิ่งไม่เบนออกไปไหน
นี่ค่อนข้างเหนือไปจากที่จิ๋งจิ่วคาดคิดเอาไว้ เขากล่าวว่า “ไม่เลวนี่”
ลำแสงกระบี่นั้นบินกลับไประหว่างหมู่ยอดเขา ก่อนจะหายลับไปจนมองไม่เห็น มีเสียงโห่ร้องดังลอยขึ้นมา มิรู้ลอยมาจากไหน
บรรยากาศตื่นตระหนกด้านหน้าหอกระบี่หายไปจนหมด ใบหน้าของเหล่าลูกศิษย์เผยให้เห็นถึงความยินดี
จิ๋งจิ่วมิเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ภายในใจครุ่นคิดก็แค่ขี่กระบี่บินสำเร็จเท่านั้นมิใช่หรือ เหตุใดทั้งในและนอกสำนักชิงซานถึงได้มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นมา?
หลิ่วสือได้ยินเขาถาม จึงกล่าวขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ “ก็นี่คือศิษย์พี่ใหญ่”
จิ๋งจิ่วถาม “ใคร?”
หลิ่วสือซุ่ยเบิ่งตาโตกล่าวว่า “ศิษย์พี่เจ้าอย่างไรเล่า”
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด จึงถามต่อ “แล้วคือใคร?”
เวลานี้หลิ่วสือซุ่ยจึงนึกขึ้นได้ว่าคุณชายเพิ่งออกจากที่พักครั้งแรกเมื่อวานนี้ มิคุ้นเคยกับเรื่องราวต่างๆ ภายในสำนัก ดังนั้นจึงรีบอธิบายให้ฟัง
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด วันที่ผ่านเข้าประตูสำนักมาวันแรกนั้น ก็มีลูกศิษย์เคยกล่าวถึงเด็กหญิงอัจฉริยะแซ่เจ้าผู้หนึ่ง คล้ายจะมีนามว่าล่าเยวี่ย
เจ้าล่าเยวี่ยผู้นี้เข้าสำนักชิงซานตอนอายุสิบสองปี ใช้เวลาเพียงหนึ่งปีก็สามารถบำเพ็ญจนบรรลุขั้นรักษาจิตได้จนบริบูรณ์ กลายเป็นศิษย์ในสำนัก
ว่ากันว่านางเข้าเป็นศิษย์ในสำนักได้ไม่ถึงสามเดือน ก็ได้รับการยอมรับจากกระบี่โบราณเล่ม