ะและการช่วยเหลือจากผู้เป็นอาจารย์ พวกเขาได้แต่ต้องอาศัยสติปัญญาและความขยันของตนในการก้าวเดินไปข้างหน้า ดังนั้นโอกาสที่จะสามารถช่วยเหลือตนเองตอบปัญหาจึงมีค่าอย่างมาก
“มันยุ่งยากน่ะสิ…” จิ๋งจิ่วถอนใจ
สือซุ่ยพบว่าเขามิได้โกรธอะไร จึงรู้ว่ามีโอกาส ดังนั้นจึงรีบกล่าวว่า “เมื่อครั้งที่พวกข้าเรียนหลังสืออยู่ในหมู่บ้านแล้วไม่เข้าใจ ท่านก็ยินดีสอนพวกข้ามิใช่หรือ?”
“ก็ใช่ ข้าเห็นแก่ที่เจ้าตั้งใจดูแลข้า อีกทั้ง…มันน่าเบื่อ อีกอย่างถ้าไม่แสดงอะไรออกมา ข้าเกรงว่าจะถูกไล่ออกไปจากหมู่บ้านจริงๆ”
จิ๋งจิ่วคล้ายกำลังพูดกับตัวเอง แต่สายตาคอยมองดูหลิ่วสือซุ่ยตลอดเวลา
เวลานี้สือซุ่ยถึงได้รู้ว่าเขาเดาเจตนาตนเองออกแต่ต้นแล้ว จึงเขินอายก้มหน้าลงไป
จิ๋งจิ่วลูบศีรษะเขา กล่าวว่า “เจ้าเป็นเด็กดี ต่อไปตั้งใจบำเพ็ญเพียรก็พอ มิต้องใส่ใจคนอื่นมากนัก”
สือซุ่ยคิดในใจท่านเองก็โตกว่าข้าไม่เท่าไร เหตุใดถึงชอบใช้พูดโดยใช้น้ำเสียงเหมือนผู้ใหญ่ล่ะ
……
……
เมื่อเดินเข้าไปในหอกระบี่ จิ๋งจิ่วมองเห็นศิษย์รุ่นเยาว์จำนวนหลายคน
เมื่อวานศิษย์เหล่านี้ก็อยู่ในหอกระบี่เช่นกัน การที่สามารถถกความรู้เกี่ยวกับสภาวะรักษาจิตกับหลิ่วสือซุ่ยได้ น่าจะถือเป็นคนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นในบรรดาศิษย์นอกสำนักรุ่นนี้แล้ว
เมื่อเห็นจิ๋งจิ่ว สีหน้าพวกเขาพลันกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
คำพูดเยาะเย้ยที่มีต่อจิ๋งจิ่วทั่วบริเวณศาลาหนานซงในหลายวันมานี้ ส่วนหนึ่ง