ก็มีคำเยาะเย้ยของพวกเขาอยู่เช่นกัน
—— เจ้าเป็นคนโง่เขลาแห่งการบำเพ็ญเพียร เด็กรับใช้กลับเป็นอัจฉริยะ สถานะกลับตาลปัตร เหตุใดจึงยังมีหน้าอยู่ที่นี่อีก?
ตอนนี้ดูเหมือนคำพูดเหล่านี้จะเป็นการตบลงไปที่หน้าของพวกเขาอย่างหนัก แถมยังรุนแรงอย่างมากด้วย
มิใช่ว่าทุกคนที่อยู่ตรงนี้จะกำลังรอคำอธิบายของจิ๋งจิ่วอยู่ อย่างเช่นเซวียหย่งเกอ
ปรมาจารย์อาของเซวียหย่งเกอคือผู้อาวุโสแห่งยอดเขาซื่อเยวี่ยซึ่งเป็นยอดเขาที่หก เขาสัมผัสกับการบำเพ็ญเพียรมาแต่เล็ก สำหรับเขาแล้วเคล็ดการบำเพ็ญเพียรขั้นต้นมิได้ยากอะไร เขามองดูจิ๋งจิ่วพลันกล่าวเยาะเย้ยว่า “อาศัยว่าที่บ้านมีเงินมีอำนาจ เคยอาจหนังสือเพียงไม่กี่เล่มแล้วคิดว่าตัวเองจะสามารถชี้แนะคนอื่นได้งั้นหรือ? ใครกันแน่ที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด?”
จิ๋งจิ่วหาได้สนใจเขาไม่ หากแต่มองไปทางศิษย์เหล่านั้น กล่าวว่า “ว่ามา”
เซวียหย่งเกอเห็นเขามิแยแสตน จึ่งรู้สึกโกรธ ขณะกำลังจะพูดเสียดสีอีกสักสองประโยค พลันมองเห็นดวงตาของหลิ่วสือซุ่ย
ดวงตาคู่นั้นกระจ่างใส ทั้งยังมีความไร้เดียงสา ทว่าเวลานี้กลับมีความตั้งอกตั้งใจ ทั้งคล้ายมีความดุร้ายแฝงไว้อยู่ เหมือนกับลูกเสือที่กำลังจับจ้องเหยื่อของตน
ไม่รู้เหตุใด เซวียหย่งเกอพลันรู้สึกร่างกายหนาวเย็นขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยคือเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดที่สำนักชิงซานให้ความสำคัญ หากตัวเองหาเรื่องขึ้นมา คงไม่มีทางได้เ