เจี้ยนคือการทดสอบที่สำคัญที่สุด
อาจารย์หลี่ว์งุนงงเล็กน้อย จากนั้นจึงยิ้มขึ้นมา เขาหาได้ตอบคำถามไม่ สำหรับเขาแล้ว การที่ลูกศิษย์ในวัยนี้ถามปัญหานี้ มันช่างไร้เดียงสาเสียจริงๆ
ค่อยๆ มีเสียงพูดคุยแลเสียงหัวร่อเบาๆ ดังขึ้นมา เพื่อนศิษย์คนอื่นช่วยอธิบายให้ฟัง ลูกศิษย์เด็กชายผู้นั้นถึงได้รู้ว่าที่แท้มีแต่ศิษย์ที่บรรลุขั้นตั้งมั่นจนบริบูรณ์ จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนได้
ถัดจากมีกฎเกณฑ์คือรักษาจิต นี่คือสภาวะขั้นเริ่มต้น จากนั้นคือปัญญาเห็นแจ้ง แล้วจึงเป็นตั้งมั่น….
ศิษย์นอกสำนักที่เพิ่งเข้าสำนักมา ยังห่างจากสภาวะตั้งมั่นอยู่ถึงสี่ขั้น
“คิดจะบรรลุขั้นตั้งมั่นจนบริบูรณ์ในเวลาสองปี?”
มีลูกศิษย์กล่าวเยาะเย้ยว่า “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะเหมือนอย่างศิษย์พี่เจ้างั้นหรือ?”
“ข้าหวังว่าเจ้าจะตามล่าเยวี่ยทัน”
เสียงๆ หนึ่งดังขึ้นมา ทำเอาทุกคนตกตะลึง
ทว่าไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะเย้ยอีกฝ่าย
เพราะคนที่กล่าวคืออาจารย์หลี่ว์
แต่คนที่อาจารย์หลี่ว์พูดด้วย หาได้ใช่ลูกศิษย์ที่คิดอยากจะเข้าร่วมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนคนนั้นไม่
เมื่อมองตามสายตาอาจารย์หลี่ว์ไป เหล่าลูกศิษย์ก็มองไปยังด้านหลังแถว ก่อนจะไปหยุดที่ตัวคนๆ หนึ่ง
หลิ่วสือซุ่ยงุนงงไปครู่ก่อนจะได้สติขึ้นมา เขาชี้ตัวเองพลางกล่าว “ท่านหมายถึงข้าหรือ?”
อาจารย์หลี่ว์กล่าว “ถูกต้อง ข้าหวังว่าเจ้าจะกลายเป็นความตกตะลึงอีกครั้งหนึ่งของยอดเขาทั้งเก้าของ