ษย์รุ่นที่สาม ระดับขั้นการฝึกปรือยังห่างไกลจากขั้นมิประจักษ์มากนัก เพียงแต่มิรู้อีกฝ่ายนามว่ากระไร
นี่เป็นเรื่องปกติอย่างมาก
ลูกศิษย์ในสำนักและนอกสำนักของชิงซานรวมกันมีนับหลายพัน นอกจากพวกตาแก่ที่อยู่บนยอดเขาซั่งเต๋อแล้วยังมีเหล่าสตรีสูงวัยบนยอดเขาซีไหลอีก ใครจะสามารถจดจำคนทั้งหมดได้กัน
“ไม่เป็นไร” จิ๋งจิ่วบอก
ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ หลิ่วสือซุ่ยพลันรู้สึกเบาใจขึ้นมาก แต่ยังคงรู้สึกประหม่าอยู่เล็กน้อย เขายันกายลุกขึ้นมองไปทางนักพรตผู้นั้น ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อยว่า “หรือว่าท่านคือ…”
อาจารย์หลี่ว์กล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยนว่า “มิผิด ข้าคือนักพรตจากเขาชิงซาน หรือก็คืออาจารย์เซียนที่ปกติพวกเจ้าขานเรียกกัน”
เมื่อได้ยินคำว่าอาจารย์เซียน หลิ่วสือซุ่ยพลันหันไปมองจิ๋งจิ่วทันที
อาจารย์หลี่ว์นึกว่าเขาประหม่ามากเกินไป จึงยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “เจ้าเรียกข้าว่าอาจารย์หลี่ว์ก็ได้”
หลิ่วสือซุ่ยเอ่ยถามด้วยความประหม่า “อาจารย์หลี่ว์…ท่านมาที่นี่ด้วยเรื่องอันใด?”
“ข้ามาถามเจ้า เจ้ายินดีเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร และปรารถนาจะมีชีวิตยืนยาวหรือไม่?”
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ จิ๋งจิ่วพลันรู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย ภายในใจครุ่นคิด ผ่านมานานหลายปีแต่ก็ยังเป็นคำพูดประโยคนี้อยู่ มิเปลี่ยนไปเลยแม้แต่คำเดียว
หลิ่วสือซุ่ยยืนเหม่อลอยอยู่นานกว่าจะได้สติขึ้นมาใหม่ เขากล่าวอึกอักว่า “