้าอันงดงามไร้ที่ติบนผิวน้ำไป แล้วก็พัดพาความคิดที่อยู่ในใจเขาไปด้วย
ทุกสิ่งล้วนว่างเปล่าเหมือนภาพลวงตา คล้ายจะเป็นคำกล่าวของศิษย์น้องเหลียนแห่งสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย
จิ๋งจิ่วเอนกายกลับไปบนเก้าอี้ไม้ไผ่ ในใจคิดอยากดื่มน้ำ แต่ก็พบว่ากาน้ำตั้งอยู่หน้าเก้าอี้ หากจะหยิบก็จำเป็นต้องลุกนั่ง ดังนั้นเขาจึงเหลือบมองไปทางหลิ่วสือซุ่ย
หลิ่วสือซุ่ยนั่งคู้อยู่ใต้ต้นไม้ กำลังถือหญ้าหยอกล้อหนอนสีเขียวอยู่ เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังตน ครั้นเงยหน้าขึ้นมาถึงได้รู้ว่าเพราะเหตุใด จากนั้นจึงถอนใจ ลุกขึ้นเดินไปยังหน้าเก้าอี้ไม้ไผ่ ยกกาขึ้นมาเทน้ำส่งให้จิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วดื่มน้ำไป ก่อนจะปิดตาลงอีกครา
หลิ่วสือซุ่ยหาได้จากไปไม่ หากแต่นั่งยองๆ อยู่ข้างเก้าอี้ไม้ไผ่ ใช้มือเท้าคางตัวเอง พลางจ้องมองดูใบหน้าจิ๋งจิ่วอย่างเหม่อลอย ภายในใจครุ่นคิด เหตุไฉนถึงได้หล่อเหลาเพียงนี้?
เขาได้เจอกับใบหน้านี้ทุกวัน ดังนั้นเขาจึงไม่เหมือนกับชาวบ้านคนอื่น เขารู้ว่าในเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ความจริงแล้วใบหน้านี้มีการเปลี่ยนแปลง มิใช่หน้าตา หากแต่เป็น…ราศี
คุณชายมิได้เหม่อลอยเหมือนตอนแรก ดวงตาดูฉลาดเฉลียว แล้วก็มีชีวิตชีวามากขึ้น ความจริงแล้วคำพูดของเขาก็เยอะขึ้นกว่าแต่ก่อนมากด้วย
จิ๋งจิ่วหลับตา หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ เขาพลันลืมตาขึ้นอีกครั้ง
หลิ่วสือซุ่ยตกใจเล็กน้อย ในหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าคุณชายจะนอนหลับ หรืองีบหลับ ห