รือสัปหงก เขาไม่เคยลืมตาเร็วขนาดนี้มาก่อน
“ท่านกำลังทำอะไรอยู่?”
จิ๋งจิ่วมองไปยังดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน กล่าวว่า “ข้ากำลังคาดคะเนเหตุการณ์หลังจากนี้อีกสามปี”
หลิ่วสือซุ่ยเกาศีรษะ ภายในใจคิด ปกติทุกวันท่านเอาแต่นอน แล้วนั่นกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ?
จิ๋งจิ่วคล้ายล่วงรู้ว่าภายในใจเขากำลังคิดอันใดอยู่ จึงกล่าวว่า “ข้ากำลังคาดคะเนเหตุการณ์หลังจากนี้อีกสามพันปี”
หลิ่วสือซุ่ยดวงตาเพิงโพลง กล่าวว่า “สามพันปี?”
จิ๋งจิ่วถามว่า “หากเจ้าครุ่นคิดอย่างหนัก ทุ่มเทสมาธิทั้งหมด ใช้วลาที่มีอยู่นับไม่ถ้วนเขียนบทความที่ยอดเยี่ยมอย่างมากขึ้นมาบทความหนึ่ง ทั้งยังคิดว่าชั่วชีวิตนี้ไม่มีทางเขียนบทความที่ดีแบบนี้ออกมาได้อีกแล้ว แต่ผลสุดท้ายเจ้ากลับเลินเล่อทำบทความนั้นตกลงไปในเตาไฟจนถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน เจ้าจะคิดอย่างไร?”
หลิ่วสือซุ่ยงุนงงไปครู่ก่อนจะได้สติขึ้นมา เขาใช้มือขวาลูบหน้าอกตัวเองแล้วกล่าวว่า “ไม่กล้าคิด คิดแล้วปวดใจ”
“ไม่ใช่ปวด หากแต่เป็นทุกข์” จิ๋งจิ่วเงียบเสียงไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “ทุกข์ทรมานอย่างมาก”
ความทุกข์ทรมานเช่นนั้น ผู้ใดมิเคยประสบไม่มีทางเข้าใจ
ทุกข์จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
ทว่าความทุกข์มันเป็นบทเรียนสอนเรา นอกจากเขียนบทความนั้นขึ้นมาใหม่ ยังจะทำอันใดได้อีก?
หลิ่วสือซุยกล่าวอย่างเห็นใจขึ้นมา “คนผู้นั้นคงได้แต่ต้องเขียนขึ้นมาใหม่กระมัง”
จิ๋งจิ่วกล่าว “มิผิด นอกจากเขียนขึ้นมาใหม่