งจะร้องไห้ก็ไม่ได้รับการปลอบโยนแม้แต่คำเดียว
เวินซิ่วอี๋ยิ่งร้องไห้ด้วยความเสียใจยิ่งไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาจึงหันหลังกลับวิ่งออกไปข้างนอก แม้แต่คำพูดรั้งนางก็ไม่ได้รับแม้แต่คำเดียว ฉือชิ่งได้ยินเสียงนั้นจึงเดินออกมาจากห้องภาพที่เขาเห็นคือเวินซิ่วอี๋ที่วิ่งหนีไป
“ซิ่วอี๋!” ฉือชิ่งไม่สามารถรั้งนางได้เขาลนลานเล็กน้อย “คุณชายรอง ท่านพูดอะไรไปหรือไม่” ถังเช่าตอบรับแล้วเดินเข้าไปในเรือน
ฉือชิ่งลังเลอยู่พักหนึ่งระหว่างวิ่งตามเวินซิ่วอี๋ หรือเข้าไปในห้อง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกอย่างหลัง “คุณชายรอง ท่านพูดอะไรไปกันแน่ เหตุใดซิ่วอี๋ถึงดูเสียใจเพียงนั้น”
“ข้าบอกนางไปว่าข้าไม่อาจแต่งงานกับนางได้”
ฉือชิ่งตกใจเขาพูดอย่างเป็นกังวล “ท่านก็รู้อารมณ์ของซิ่วอี๋ ท่านพูดอ้อมกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือขอรับ”
ถังเช่าถอนหายใจ “ข้าอ้อมมานานแค่ไหนแล้ว อาชิ่ง…มันไม่มีประโยชน์เลย นางได้แต่หลอกตัวเองต่อไปนางอายุเท่านี้แล้ว หากยืดเยื้อไปอีกคนที่เสียเวลาจะเป็นนางเอง”
“คุณชายรอง…”
“ความจริงบางครั้งก็โหดร้าย แต่จะทำอะไรได้นอกจากยอมรับมัน การโกหกตัวเองไม่ใช่เรื่องดี หากปล่อยให้นางฝันต่อไปอีกสักสองสามปีก็จะยิ่งถลำลึกขึ้น ถ้าไม