าแข็งแกร่งเช่นนั้น ในเวลานี้ข้าไม่ควรพึ่งพาตระกูลถังหรือ”
“เหอะ!” เวินซิ่วอี๋โกรธ “คิดจะให้ตระกูลถังสนับสนุนท่านหรือ ฝันไปเถอะ! พวกเราเองก็มีความแค้นต่อกัน!”
“อ้อ คุณหนูเวินจำได้ด้วยหรือว่าพวกเรามีความแค้นต่อกัน” หมิงเวยเปลี่ยนความหมายของคำพูดนั้น “แม้พลังของข้าจะฟื้นตัวกลับมาแล้ว แต่ก็ยังติดอยู่ในตระกูลถัง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะออกไปโดยไม่ได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านี้คุณหนูเวินยังคิดจะทรมานข้าอยู่เลย เหตุใด…”
นางเหลือบมอง เวินซิ่วอี๋มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนางกำลังจะพูด “ท่านหุบ…”
แต่ก็สายไปแล้วหมิงเวยพูดว่า “คุณชายรองกลับมาท่านก็รีบให้ข้าไปจากที่นี่ ท่านกลัวอะไรกันแน่”
เวินซิ่วอี๋จะยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้านางได้อย่างไร ถึงแม้จะกลัวจริงๆ แต่นางก็ไม่ยอมรับเสียหรอก “ท่านพูดไร้สาระอะไร มันไม่มีอะไรทั้งนั้น!”
หมิงเวยยิ้มตาหยีมองนางด้วยสายตาที่เข้าใจ “คุณหนูเวิน อันที่จริงท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเพียงนั้น ข้ามีคู่หมั้นอยู่แล้วจะไปล่อลวงผู้อื่นได้อย่างไร ถึงแม้คุณชายรองจะเป็นคนมีความสามารถทำอะไรล้วนดูดี อีกทั้งยังเข้าใจเรื่องดนตรี แต่…”
“พอได้แล้ว!” เวินซิ่วอี๋ตะคอก “คนแซ่หมิง อย่าได้คืบจะเอาศอก”
หมิงเวยหัวเราะแล้วเอี้