งนั้นนางก็ได้รับข่าวหนึ่ง
“ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ที่นี่หรือ”
ผู้รับผิดชอบตอบว่า “ขอรับ ฮูหยินผู้เฒ่ากลับจากบ้านเกิดที่จิงตู ตอนนี้พักอยู่ที่จวนตระกูลหม่า”
เวินซิ่วอี๋หันหน้าไปพูดว่า “อาชิ่ง ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ที่นี่พวกเราควรไปเยี่ยมตามมารยาท”
ฉือชิ่งไม่สนใจเลยสักนิดเขาพูดว่า “ท่านไปเถอะ ข้าจะไปหาคน”
เวินซิ่วอี๋แค่ถามไปอย่างนั้นฉือชิ่งเต็มใจที่จะไปหาคนนางรู้สึกสบายใจมากขึ้น
“ได้ ที่นี่ข้ายกให้ท่านจัดการ ข้าจะไปจวนตระกูลหม่า”
“อืม”
เวินซิ่วอี๋รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งตัวให้เรียบร้อย และเดินทางไปยังจวนตระกูลหม่า เวลานี้เพิ่งจะรุ่งเช้าพ่อบ้านจี๋ออกมาทักทาย
“คารวะแม่นางซิ่วอี๋”
เวินซิ่วอี๋ที่เปลี่ยนชุดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลซึ่งดูไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอ “ได้ยินว่าฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ที่นี่ ซิ่วอี๋เลยมาเยี่ยม”
พ่อบ้านจี๋ยิ้ม “แม่นางซิ่วอี๋ช่างมีน้ำใจ เมื่อคืนฮูหยินผู้เฒ่านอนไม่หลับ ตอนนี้เลยรู้สึกไม่ค่อยสบาย แม่นางซิ่วอี๋รอสักครู่เถอะ”
ถังเช่าถูกเลี้ยงดูมาโดยฮูหยินผู้เฒ่าถังเขาจึงเคารพท่านย่าของเขามาก เวินซิ่วอี๋จะขุ่นเคืองผู้ใดก็ได้ แต่ต้องไม่ขุ่นเคืองนาง เมื่อได้ยินพ่อบ้านจี๋พูดเช่นนั้นนางจึงถามไปว่า “โร