นางใช่..สาวงามหรือไม่”
เมื่อได้ยินนางถามเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายพ่อบ้านจี๋ไม่สงสัยอีกต่อไป และกล่าวปฏิเสธ “เป็นคนที่ไม่สำคัญอะไรจริงๆ ขอรับ แม่นางซิ่วอี๋ท่านอย่ายุ่งเรื่องนี้เลยขอรับ”
ครั้งนี้เวินซิ่วอี๋ไม่ได้ยุ่งจริงๆ แต่นางหมดความอดทนที่จะโต้เถียงกับพ่อบ้านจี๋จึงหันศีรษะ และเดินเข้าไปด้านใน
“แม่นางซิ่วอี๋!” พ่อบ้านจี๋รู้สึกรำคาญ และเข้าไปยืนขวางนาง “นางเป็นแขกของฮูหยินผู้เฒ่า กรุณาอย่าเสียมารยาท!”
เขาคือคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่า อายุมากแล้วเวินซิ่วอี๋จึงไม่ผลักเขา แต่พูดอย่างโกรธเคืองว่า “พวกเจ้าต่างหากที่ทำให้ข้าเสียเวลา! นางเป็นนักโทษของข้าที่หนีมา! หลีกไป อย่ามาเ เกะกะ!”
พ่อบ้านจี๋ไม่สนใจว่าจะเป็นนักโทษหรือไม่เดิมทีเขาก็ไม่ได้มีความประทับใจที่ดีต่อเวินซิ่วอี๋อยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าหมิงเวยมีศักยภาพในการรักษาอาการของฮูหยินผู้เฒ่าถัง มีหรือที่ เขาจะปล่อยให้นางมารบกวนพ่อบ้านจี๋ขวางทางนางอย่างแน่นหนาแล้วพูดว่า “แม่นางซิ่วอี๋ หากมีเรื่องอะไรก็รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะขอรับ กว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะห หลับนั้นไม่ง่ายเลยหากท่านทำให้นางตื่นขึ้นมาจะทำอย่างไร”
หากเป็นเรื่องอื่นเวินซิ่ว