่นอาหารจากท่าเรือก็น้ำลายสอ
นางเป็นคนแคว้นใต้ แต่โตมาถึงเพียงนี้แล้วกลับเพิ่งได้ออกจากแคว้นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เพื่อปลอมตัวเป็นคุณหนูตระกูลเวิน นางต้องปฏิบัติตามประเพณีของคนจากแคว้นทางเหนือ อีกทั้งบนเรือสภาพย่ำแย่จนไม่มีเวลาใส่ใจกับอาหาร และเครื่องนุ่งห่ม ตอนนี้ได้กลับมาแคว้นฉู่แล้ว อีกทั้งยังได้กลิ่นอาหารที่คุ้นเคยนางจะทนได้อย่างไร
นางถามฉือชิ่ง “พวกเราไปกินข้าวที่ฝั่งกันดีหรือไม่ ข้าได้กลิ่นน้ำแกงปลาดอง อาชิ่งเองก็ไม่ได้ทานมานานแล้ว”
เวินซิ่วอี๋ที่ไม่ได้อยู่ในอารมณ์โกรธเคืองเป็นคนน่ารักโดยเฉพาะเมื่อนางเงยหน้าขึ้นทำสีหน้าอ้อนวอน บุรุษควรทะนุถนอมอ่อนโยนต่อสตรีมีหรือจะปฏิเสธได้
ฉือชิ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และพูดว่า “ท่านไปเถอะ ข้าอยู่เฝ้าคนบนเรือเอง”
เวินซิ่วอี๋เลิกคิ้ว “ข้าไปกิน และปล่อยให้ท่านเฝ้าพวกเขาอยู่ที่นี่คนเดียวเนี่ยนะ ท่านเห็นข้าไร้น้ำใจเพียงนั้นเลยหรือ”
ฉือชิ่งทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “คุณหนูหมิงผู้นั้นเป็นคนแปลกปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่ลำพังข้าไม่วางใจ”
เวินซิ่วอี๋พูด “เช่นนั้นก็พาไปด้วยให้อยู่ข้างกายวางใจที่สุดแล้ว”
“แต่ว่า…” ตามความเห็นของฉือชิ่ง ถ้าไม่พ