าคนไปด้วยย่อมดีกว่า คนเยอะง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่เขาไม่สามารถต้านทานเวินซิ่วอี๋ได้อีก หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ตกลงในที่สุด ด้วยเหตุนี้หลังจากผ่านไปสองเดือน ในที่สุดหมิงเวยและจี้เสียวอู่ก็ได้ลงจากเรือ
ฉือชิ่งเตือนพวกเขาว่า “สงบปากสงบคำแล้วนั่งกินดีๆ หากก่อเรื่องก็อย่าโทษข้าที่ใช้วิชาพิษกู่ล่ะ”
หมิงเวยตอบรับอย่างเชื่อฟัง “เข้าใจแล้ว”
จี้เสียวอู่ก็ก้มศีรษะลงอย่างรู้ความ ทั้งสองพาสองพี่น้องที่รู้ความดีลงจากเรือแล้วหาร้านอาหารที่พอใช้ได้
เมื่อกลับมาที่บ้านเกิดได้สัมผัสถึงประเพณีที่คุ้นเคย เวินซิ่วอี๋รู้สึกตื่นเต้นมาก และสั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อร์ว่า “เอาน้ำแกงปลาดองแล้วก็เป็ดตุ๋น น้ำแกงผักฉุนไช่ พวกเจ้าทำปลาเส้นนึ่งเป็นใช่หรือไม่ แล้วก็…”
จี้เสียวอู่ได้ยินก็กลืนน้ำลาย อยู่บนเรือพวกเขาได้กินอาหารง่ายๆ ในฐานะนักโทษ พวกเขาเป็นชนชั้นล่าง ดีหน่อยก็ให้เครื่องเคียงสองจานแย่หน่อยก็ได้แค่หมั่นโถว ชื่ออาหารที่นางเอ่ยออกมาเหล่านี้ฟังดูน่าอร่อยมาก!
ร้านอาหารทำอาหารอย่างรวดเร็วไม่นานเป็ดตุ๋นก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะ
จี้เสียวอู่หยิบตะเกียบขึ้นมา แต่พอจะเหยียดมือออกไปก็ถูกปัดออกอย่างแรง
เวินซิ่วอี๋เหล