ภายในหออวี้เป่ากัวสวี่พูดอย่างขมขื่นว่า “ท่านอ๋อง ท่านไม่สามารถออกจากเมืองหลวงได้ในเวลานี้จริงๆ พ่ะย่ะค่ะ! ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังพักฟื้นพระวรกาย งานราชการทั้งหมดอยู่ในมือของอั นอ๋อง ท่านอ๋องอยู่ที่นี่อันอ๋องต้องพึ่งพาท่านหากท่านไปจะไม่เป็นการปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวหรือ
การจัดการกับงานราชการไม่ได้ลึกซึ้งเพียงนั้นขอเพียงไม่ใช่คนโง่ที่มีปัญหาก็สามารถฝึกฝนได้ ผู้ใดจะเกิดมาเพื่อเป็นฮ่องเต้เลยเล่า ถึงแม้อันอ๋องจะได้รับบทเรียนแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไ ไรรับประกันได้ว่าเขาจะไม่มีจิตใจที่ทะเยอทะยาน สิ่งนี้จะไม่สร้างความลำบากให้แก่ท่านหรือ”
เขาพูดอยู่นาน แต่อีกสามคนในห้องไม่ตอบสนองเลย
กัวสวี่ร้อนใจ และพยายามหาคนสนับสนุน “ใต้เท้าเจี่ยง ท่านคิดว่าจริงหรือไม่”
เจี่ยงเหวินเฟิงเงยหน้าขึ้น และพูดว่า “ท่านอ๋องมีความมุ่งมั่น”
ปฏิกิริยาของเขาทำให้กัวสวี่นึกขึ้นได้ว่าเจี่ยงเหวินเฟิงก็เป็นคนที่ลุ่มหลงในความรักเขาเสียภรรยาไปเมื่ออายุยี่สิบปี ครองตัวมาสิบกว่าปีไม่คิดแต่งงานใหม่ รักษาพรหมจรรย์เพื่ อภรรยา คนเช่นนี้หวังให้เขาเกลี้ยกล่อมท่านอ๋องไม่ให้ไปช่วยคนได้หรือ ตัดๆ ไปเถอะ! บางทีเขาอาจรู้สึกว่าท่านอ๋องเป็นคนไร้ที่ติ
เขาจึง