ะทัยของเสด็จพ่อจะได้รับการบรรเทา หากไม่สำเร็จเขาต้องหาวิธีแก้ด้ วยตนเอง หากเขาไม่กลับมา…ก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทอดมองอีกฝ่าย อันอ๋องที่มองด้วยความกังวลราวกับเด็กที่รออาจารย์ตรวจการบ้าน ตนคิดว่าตนเองทำได้ไม่เลว แต่ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาหรือไม่
เขาพูดอย่างอารมณ์ดีกว่า “ความคิดของเจ้าก็ไม่แย่ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่เหมาะสม”
อันอ๋องถอนหายใจด้วยความโล่งอก และก้มศีรษะลงเพื่อขอคำแนะนำ
“เสด็จพ่อแนะนำได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พูด “เรื่องนี้ไม่ควรประกาศเป็นพระราชโองการ เจ้าเรียกเขามาพูดถึงปัญหาแล้วบอกใบ้เป็นเชิงว่าอนุญาตแล้ว บางคำไม่สามารถพูดออกไปอย่างชัดเจนเกินไปไม่อย่างนั้นจะเป็นการยื่นด ดาบให้อีกฝ่าย”
“พ่ะย่ะค่ะ” อันอ๋องตอบรับคำชี้แนะ
ฮ่องเต้สอนเขาอีกว่า “ในฐานะฮ่องเต้ไม่ว่าจะชอบหรือเกลียดก็ตาม ก็ไม่สามารถแสดงสีหน้าให้อีกฝ่ายเห็นได้ จำเรื่องนี้เอาไว้ และอย่าแสดงต่อหน้าเขา”
“พ่ะย่ะค่ะ” อันอ๋องก้มหน้า อันอ๋องกลับมายังท้องพระโรงด้วยความรู้สึกหนักใจเล็กน้อย เขาเรียกหาหยางชู และบอกเรื่องฮ่องเต้ทรงอนุญาตแก่เขา
เมื่อเห็นท่าทีดีใจของหยางชู อันอ๋องอ้าปาก และกลืนคำพูดกลับไปในที่สุด
ก่อนหน้า