หน้าที่อยู่แล้วไม่จำเป็นที่เขาต้องออกโรงเอง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
อันอ๋องตอบรับอย่างเชื่อฟัง และเมื่อเขากลับไปที่ท้องพระโรง หยางชูก็กลับมาแล้ว ดวงตาของเขาแดงก่ำ ร่างกายของเขาดูทรุดโทรมอย่างหนัก แค่มองก็รู้ว่าไม่ได้นอนมาหลายวัน
แม้แต่ตอนที่เขาเข้าวังเขาไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นอันอ๋องเขาก็เปิดปากถามว่า “ข้าต้องการไปแคว้นฉู่ ท่านช่วยทูลขอฝ่าบาทให้ข้าหน้อย”
อันอ๋องที่กำลังภูมิใจในไหวพริบของตนเองยังไม่ทันได้พูดโอ้อวดก็ถูกอีกฝ่ายตบหน้าด้วยประโยคเมื่อครู่
“ไปแคว้นฉู่ เจ้าบ้าไปแล้วหรือ” อันอ๋องไม่อยากจะเชื่อ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าเป็นผู้ใด หลานชายคนโตรุ่นที่สี่ของตระกูลเจียง เยวี่ยอ๋องแห่งแคว้นต้าฉีเจ้าไปแคว้นฉู่เพื่อรนหาที่ตายงั้นหรือ”
หยางชูพูด “ข้าแน่ใจว่าพวกเขาถูกพาตัวไปแคว้นฉู่ข้าต้องไปช่วยพวกเขา!”
อันอ๋องหัวร้อน ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้บอกให้เขาห้ามหยางชูผลกลายเป็นว่าทันทีที่เด็กคนนี้กลับมาก็โยนปัญหาที่ยากนั้นให้เขา
“ข้าบอกว่า…”
“ไม่ว่าท่านจะตอบรับหรือไม่ ข้าก็จะไป” หยางชูพูดตัดบท “ดังนั้นท่านช่วยข้าทูลขอพระบรมราชานุญาตจะเป็นการดีที่สุด”
“…” อันอ๋องอยากจะสาดหมึกใส่หน้าเขา คนอะไร! ขอให้ผู