หมิงเวยคร่ำครวญราวกับว่าถูกแทงด้วยเข็ม ความเจ็บปวดอย่าง รุนแรงแล่นเข้ามา
“ระวังคำพูดของท่านด้วย!” เวินซิ่วอี๋พูดเสียงเข้ม “ไม่อย่างนั้นข้ามีวิธีที่จะเก็บกวาดท่าน”
หมิงเวยยังคงยิ้มไม่คัดค้านนาง “เข้าใจแล้ว”
เมื่อเห็นความอ่อนแอของนาง เวินซิ่วอี๋ก็อดไม่ได้ที่จะภูมิใจ ตั้งแต่ได้พบกับหมิงเวย นางถูกโต้กลับครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดก็ถึงเวลาที่ตนได้เปรียบแล้ว
“ไม่คิดเลยว่าท่านจะตกมาอยู่ในเงื้อมมือของข้า”
“คิดไม่ถึงจริงๆ” หมิงเวยหันศีรษะ และเห็นจี้เสียวอู่ซึ่งนอนนิ่งไม่ขยับอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง “พี่ชายข้าเป็นอย่างไรบ้างยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
“ท่านเป็นห่วงเขาจริงๆ” เวินซิ่วอี๋มองนางอย่างเย็นชา “ทำไมหรือ ไม่ห่วงชีวิตของตนเองเลยหรือ”
หมิงเวยพูด “ข้าไม่กังวล กว่าคุณหนูเวินพาข้ามาได้คงไม่ง่าย ท่านสวมรอยเป็นคนพายเรือหญิงแสดงว่ายังไม่พ้นอันตราย ท่านไม่ฆ่าข้าเห็นได้ว่าท่านไม่ต้องการชีวิตของข้าในตอนนี้”
เวินซิ่วอี๋หน้าตึงเมื่ออีกฝ่ายเดาถูก “หึ! เช่นนั้นท่านก็ลองเดาดูว่าข้าไว้ชีวิตท่านเพื่ออะไร”
หมิงเวยคิด “คุณหนูเวินมีความภาคภูมิใจในตนเองสูง แต่พ่ายแพ้ต่อข้าอยู่หลายครั้ง คงจะสงสัยเกี่ยวกับที่มาของข้าเ