ไปก็ไม่มีประโยชน์” จี้หลิงวิเคราะห์อย่างใจเย็น “ตั้งแต่เยวี่ยอ๋องเสด็จกลับเมืองหลวง ท่านไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจ มาโดยตลอด วันนี้มีคนมากมายเช่นนี้ต้องเกิดปัญหาอยู่แล้ว ดูจากปฏิกิริยาของเสียวอู่เมื่อครู่พวกเขาคงปะทะกับยอดฝีมือ”
“เขาจะไหวหรือ เขาเพิ่งเรียนมาได้สามปีเอง”
“จะไหวหรือไม่ไหว พวกเราคงทำได้แค่เชื่อใจเขา” บทสนทนาระหว่างสามีภรรยาสิ้นสุดลง แต่กลับได้ยินคนรอบข้างกระซิบกัน
“เกิดอะไรขึ้น ชมโคมไฟอยู่ดีๆ เจ้าหน้าที่เข้าวัดฉางเซิงไปทำอะไร”
“หรือว่าเกิดไฟไหม้”
“เป็นไปไม่ได้ หากไฟไหม้ละก็พวกเขาคงตะโกนไปนานแล้ว”
“พวกเจ้าสังเกตหรือไม่ คนที่ไปกับเจ้าหน้าที่เมื่อครู่เป็นทหารจากจวนอ๋อง”
“แล้วอย่างไร”
“ไม่แน่ว่าอาจเป็นอ๋องสักคนเรียกมา”
“ก็เป็นไปได้ เฮ้อ…เหล่าอ๋องแค่เรื่องเล็กน้อยกลับทำเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ความเป็นความตายของประชาชนอย่างพวกเรากลับไม่สนใจ”
“ไม่ใช่หรอก...”
ท่ามกลางเสียงบ่นมีคนจำตราสัญลักษณ์บนตัวของทหารได้จึงพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนจะเป็นคนจากจวนเยวี่ยอ๋อง”
“เยวี่ยอ๋อง หรือจะเป็นคนที่เดิมทีมาจากจวนโป๋วหลิงโหว…”
“คนนั้นแหละ ก่อนหน้านี้ได้รับชัยชนะที่ซีเป่ยอีกทั้งยังกลับตัวกลับใจแล้ว เหตุใดตอนนี้ถึง…”
“บางทีนิ