ภายในห้องโถงตกอยู่ในความมืด แต่ในความคิดของเวินซิ่วอี๋กลับไม่คิดเช่นนั้น ในตอนที่หมิงเวยพูดว่าภูติผีเดินทาง เหล่าผู้ที่ปรากฏขึ้นในห้องโถงไม่ใช่มนุษย์ แต่ลุกขึ้นทีละคน ราวกับมีชีวิต เห็นได้ชัดว่ารอบกายไร้ผู้คน แต่กลับรู้สึกว่ามี ‘คน’ อยู่รอบกายเต็มไปหมด…
นางกัดฟันก้าวถอยหลัง “ท่านเสแสร้งเป็นภูติผี…”
ยังไม่ทันพูดจบสิ่งที่อยู่ใกล้นางที่สุดก็ก้าวไปข้างหน้า และพุ่งเข้าหานาง ลมเย็นพัดผ่าน
“อา!” เวินซิ่วอี๋ร้องรู้สึกร้อนผ่าวที่แขน
“วิชาหมอผี ความหมายเดิมคือเสแสร้งเป็นภูติผี” หมิงเวยพูดเสียงเรียบ “ท่านที่เป็นผู้สืบทอดสำนักหมอผีพูดเช่นนี้ไม่น่าขันไปหน่อยหรือ” นางยกขลุ่ยจรดริมฝีปากอีกครั้ง และเริ่มเป ป่า
ในขณะเดียวกันก็เริ่มก้าวเดิน บางอย่างเหล่านั้นเคลื่อนไปข้างหน้าข้างหลังอย่างเป็นระเบียบตามจังหวะฝีเท้าของนาง
ระบำพิชิตมาร…
สองคำนี้แวบเข้ามาในความคิดของเวินซิ่วอี๋ นางรู้จักระบำพิชิตมารซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาลับของสำนักหมอผี แต่ผ่านมาหลายพันปีวิชานี้ได้สูญหายไปนานแล้ว นางรู้เรื่องจังหวะฝีเท้า แต่เรื่องใช้จังหวะฝีเท้าเรียกภูติผีนางทำไม่ได้!
“เป็นไปไม่ได้! ท่านรู้ได้อย่างไร”
หมิงเวยไม่ตอบนางเพียงแต่จัดการให