อาหว่านจำต้องตามไปด้วย
หมิงเวยออกจากวัดฉางเซิงนางไล่ตามเสียงขลุ่ยท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิด เสียงขลุ่ยดูเหมือนจะตั้งใจหลอกล่อนางซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
เมื่อนางมาถึงเนินเขาเสียงขลุ่ยเซียวก็หยุดลง หมิงเวยหยุดแล้วหันไปมองรอบกายที่ว่างเปล่าจากนั้นก็พูดเสียงดัง “ผู้ใดกัน! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
ไม่ได้รับคำตอบมีเพียงหยินหยางที่พลุ่งพล่านอยู่รอบๆ เท่านั้นที่บอกนางว่ามียอดฝีมืออยู่ที่นี่จริงๆ
หมิงเวยสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตนเองแล้วตะโกนขึ้นว่า “บทเพลงที่ท่านเล่นเป็นความลับของสำนักข้าท่านช่วยบอกได้หรือไม่ว่าพวกเรามีต้นกำเนิดจากที่ใด”
ยังคงไร้เสียงตอบรับ
หมิงเวยกำขลุ่ยในมือแล้วพูดว่า “ในเมื่อท่านไม่ต้องการปรากฏกาย เช่นนั้นก็ล่วงเกินท่านแล้ว”
พูดจบนางก็ยกขลุ่ยขึ้นมาเป่า เสียงขลุ่ยเซียวดังขึ้นหยินหยางเกิดความปั่นป่วนไล่จิตสังหารอันรุนแรงให้หายไปนี่คือบทเพลงแห่งการประกาศสงคราม!
ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงขลุ่ยจากอีกฝั่งก็ดังขึ้นเช่นกันท่วงทำนองเหมือนกันทุกประการ และคลื่นเสียงเองก็ไม่ต่างกันมากนัก คลื่นเสียงทั้งสองดึงกันไปมาหมิงเวยยิ่งเป่าสีหน้ายิ่งซีดขึ น นิ้วที่กดเข้าไปในรูก็สั่นเล็กน้อย
เมื่อเพลงใ