กล้จะจบนางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วจึงตะโกนว่า “อาจารย์ เป็นท่านหรือไม่เจ้าคะ”
เสียงขลุ่ยของอีกฝ่ายหยุดลงครู่หนึ่งจากนั้นก็เป่าต่อหมิงเวยฟังเสียงขลุ่ยแล้วน้ำตารินไหล บทเพลงนี้ ท่วงทำนองนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นสถานการณ์ตอนที่อาจารย์สั่งสอนนาง
ในสำนักมีกันเพียงสามคน ศิษย์น้องไม่ได้เรียนรู้จังหวะดนตรี ดังนั้นเมื่อชาติก่อนมีเพียงอาจารย์ และนางเท่านั้นที่สามารถเล่นบทเพลงเดียวกันได้!
แต่จะเป็นไปได้อย่างไรนางได้พบท่านอาจารย์แล้ว และยังเป็นเพียงหมิงเจิงในวัยเด็ก!
แต่จังหวะดนตรีเช่นนี้ไม่สามารถโกหกได้ไม่มีผู้ใดเรียนได้เหมือนเช่นนี้! ไม่เพียงแต่เพลงจะเหมือนกัน การผ่อนลมหายใจยังไม่ต่างกันอีกด้วยไม่มีทางที่คนสองคนที่คล้ายกันเช่นนี้จะอยู่ บนโลกใบนี้ได้!
“ท่านอาจารย์ ท่านออกมาเถอะเจ้าค่ะ!” หมิงเวยตะโกนน้ำตาไหลอาบหน้า
“ท่านมาแล้วใช่หรือไม่ หากไม่ใช่ก็ช่วยออกมาให้ข้ายอมแพ้ด้วยเถอะ”
เสียงผ่อนลมหายใจที่ยาวอากาศที่วุ่นวายก็หยุดลงทันที
หมิงเวยรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้อยู่ที่ใดนางเงยหน้ามองขึ้นไป เห็นว่าบนเนินเขาที่สูงขึ้นเล็กน้อยมีบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่เพียงลำพังชายเสื้อของเขาพลิ้วไหวไปตามสายลม
เงานั้น รูปร่างนั้น…
“อาจารย์