นมีอะไรในใจหรือไม่”
อาหว่านได้สติแล้วส่ายหน้า “ไม่มีอะไร แค่อารมณ์ไม่ดี”
“อ้อ…” เสี่ยวถงเกิดความคิดขึ้นมาอย่างเฉียบไว “พวกเราเข้าไปทายปริศนาในวัดดีหรือไม่ ได้ข่าวว่าวันนี้คึกคักมากขนาดเจ้าอาวาสฝ่าหมิงก็ออกมา!”
อาหว่านปฏิเสธไม่ได้ “ได้!”
ทั้งสองเข้าไปในวัดฉางเซิง อาหว่านดูเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่าง และถามเสี่ยวถงว่า “เจ้าลองฟังดู นั่นเสียงขลุ่ยใช่หรือไม่”
เสี่ยวถงตั้งใจฟังอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เพลงนี้คุ้นมาก! อา ข้ารู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย”
สีหน้าอาหว่านดูไม่น่ามอง “เจ้ารีบกลับไปหาอาสวน!”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ” เสี่ยวถงถามด้วยความประหลาดใจ
อาหว่านพูด “นั่นเสียงขลุ่ยของแม่นางหมิงเจ้าฟังแล้วเวียนหัวเพราะนางใส่พลังเข้าไป หมายความว่านางกำลังต่อสู้กับผู้อื่น ดูโคมลอยอยู่ดีๆ ไปต่อสู้กับผู้อื่นได้อย่างไร ข้าจะไปดูส สถานการณ์เจ้าไปบอกอาสวน หากเกิดเรื่องจะได้สนับสนุนได้”
เสี่ยวถงเริ่มประหม่า “ได้ เข้าใจแล้ว”
ทั้งสองแยกจากกันคนหนึ่งกลับไปหาอาสวนอีกคนรีบตามเสียงขลุ่ยไป
อาหว่านมาที่วัดฉางเซิงหลายครั้งจึงรู้พื้นที่เป็นอย่างดี นางเดินเบียดออกจากฝูงชนแล้วเดินไปตามกำแพงสักพัก เมื่อได้ยินเสียงขลุ่ยอย่างชัดเจนจึงปีนข้ามกำแพง