มา และคว้าข้อมือของฝ่ายตรงข้ามในช่วงเวลาอันสั้น
เมื่อมองลงไปพระภิกษุถือมีดบางอยู่ระหว่างนิ้วห่างออกไปเพียงครึ่งชุ่นก็จะแทงเข้าที่หน้าอกของนางแล้ว อาหว่านออกแรงซัดออกไปอย่างไร้ความเมตตา
“อา…” พระกรีดร้องเนื่องจากมือถูกอีกฝ่ายหัก “จะพูดไม่พูด”
“พูด ข้าพูด…” พระเจ็บจนหน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อเขาพูดออกไปรัวเร็ว
“ข้า ข้าเป็นโจรจากหย่งโจวคิดจะใช้ประโยชน์จากเทศกาลโคมลอยปล้นวัดฉางเซิง…แม่นางไว้ชีวิตข้าเถอะ! ข้าไม่กล้าแล้ว!”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” อาหว่านดึงใบมีดออกจากมืออีกฝ่าย “ในเมื่อสารภาพออกมาแล้วเช่นนั้นข้าจะให้ทางรอดแก่เจ้าไปที่ว่าการ…”
พูดไปได้แค่ครึ่งประโยคก็มีลูกศรสีดำซึ่งไม่รู้ว่ามาจากที่ใดพุ่งออกมา
“อา!” ครั้งนี้พระร้องออกมาสั้นๆ จากนั้นศีรษะก็ตกลงไม่ขยับอีกเลย
สีหน้าของอาหว่านเปลี่ยนไปนางหันไปมอง “ผู้ใด”
ในคืนที่มืดมิดเงียบสงัดไร้การเคลื่อนไหว นางนึกสงสัยในใจถูกฆ่าปิดปากอย่างง่ายดายเช่นนี้แม้แต่ตนเองยังไม่รู้สึกถึง วรยุทธ์ของคนผู้นั้นต้องสูงส่งเพียงใดกัน
ขณะที่ครุ่นคิดก็เอื้อมมือไปสัมผัสชีพจรของพระ
ในขณะที่มือของอาหว่านกดอยู่ที่คอของพระสงฆ์ จู่ๆ บาดแผลก็เปิดออก นางตะลึงครู่หนึ่ง