เสี่ยงไปหน่อยหรือ”
คุณหนูผู้นี้มีหน้าตาเหมือนเวินซิ่วอี๋ แต่นางไม่ได้แซ่เวิน
นางพูดอย่างเย็นชา “หลังจากสูญเสียครั้งใหญ่เช่นนั้นไปจะให้ข้าไม่ทำอะไรเลยแล้วกลับไปอย่างสิ้นหวังหรือ เจ้าคิดว่าข้าจะไปอธิบายกับศิษย์พี่อย่างไร”
เด็กหนุ่มพูดว่า “คุณชายรองต้องเข้าใจ แม้แต่เจ้าสำนักเสวียนตูกวันก็ลงมือแล้ว”
“แล้วอย่างไร สำนักหมอผีของพวกเราเทียบกับเสวียนตูกวันไม่ได้หรือ”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”
“อย่ารอช้าเลย อย่างที่เจ้าพูดที่นี่คือชานเมืองหยุนจิง พวกเราไม่มีเวลามาก ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่พวกเราต้องจากไปในคืนนี้”
“…ได้”
………….
เวลาผ่านไปทีละน้อย ในที่สุดบนสะพานหมิงเยวี่ยก็ไร้ผู้คน ซูถูยืนตัวชาอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งนักดนตรีหูเหรินหยุดอยู่ข้างๆ เขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
“คุณชาย พอเถอะขอรับ” ซูถูไม่ขยับ
นักดนตรีหูเหรินพูดเสียงเบา “ข้าน้อยเตรียมพาหนะเรียบร้อยแล้วขอรับ พวกเราจะช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
ซูถูพูด “เทศกาลโคมไฟยังไม่จบ”
นักดนตรีหูเหรินกังวลเล็กน้อย “คุณชาย! ท่านรับปากแล้วว่าจะรอจนถึงเทศกาลโคมไฟ”
“อย่างที่บอก เทศกาลโคมไฟยังไม่จบ”
นักดนตรีหูเหรินไม่สามารถเถียงเขาได้จึงทำได้เพียงถอยมาหนึ่งก้าว “ขอรับ ข้าน้อยจะบอก