ตัวเองด้วย!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นอันอ๋องก็ยิ้มแล้วเดินไปช่วยเขาหยิบของ “เห็นสีหน้าแจ่มใสของเจ้าแล้ว เมื่อครู่ไปหาหลานสะใภ้มาใช่หรือไม่ ช่างน่าสงสารจริงๆ ปีนี้เจ้าอายุเท่าไรแล้วให้เปิ่นหวางไปพูดกับเสด็จพ่อให้ดีหรือไม่”
“ไปให้พ้น!” ดันมาพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดอีก!
……………
ฮ่องเต้อาศัยช่วงที่ตนเองอาการดีขึ้นเรียกขุนนางมาเข้าเฝ้า เจี่ยงเหวินเฟิง กัวสวี่ แล้วยังมีตี๋ฝาน และคนอื่นๆ เพื่อถามถึงสถานการณ์ในตอนนั้น และให้กำลังใจพวกเขา ส่วนคนสุดท้ายก็คือซื่อเซียงจางถาน
อาการของฮ่องเต้แย่ลงเล็กน้อยเขาจึงเอนตัวพิงหัวเตียง และหลับตาลง
เมื่อจางถานเข้ามาหลังจากทำความเคารพเสร็จก็ยืนเงียบๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง ฮ่องเต้รู้สึกตัว เมื่อพบว่าเขามาถึงแล้วจึงฝืนกายลุกขึ้น
“เจ้ามาแล้วเหตุใดไม่เรียกข้ากัน มายืนบื้อทำไมตั้งนาน”
จางถานก้าวเข้ามาเพื่อช่วยประคอง สองคนขุนนางและฮ่องเต้สนิทสนมกันมากกว่าแต่ก่อนมาก เขาจึงตอบกลับไปว่า “ฝ่าบาทดูแลพระวรกายดีๆ กระหม่อมน้อมรับด้วยความยินดีหากต้องยืนนานอีกสักหน่อยไม่มีเรื่องอะไรเร่งด่วนพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ยิ้มแล้วเหยียดนิ้วออกให้เขานำเก้าอี้ย้ายมานั่งที่หน้าเตียงด้วยตัวเอง
จางถานไม่ได้ดื้อรั้นจึงทำตามที