แล้ว…”
จางถานพูดอย่างหนักแน่น “กระหม่อมจะรีบตามหาตัวหมอเทวดาจงให้พบพ่ะย่ะค่ะ!”
“เฮ้อ นานเพียงนี้แล้วยังหาไม่เจอ บางทีนี่อาจเป็นโชคชะตาของเจิ้น” ฮ่องเต้ไม่ได้พูดจากใจจริงเขาพูดประเด็นเมื่อครู่ต่อ “ในเมื่อเจ้าคิดว่าความภักดีของเจี่ยงเหวินเฟิงไม่มีปัญหาเช่นนั้นตำแหน่งว่างในราชสำนักก็มอบให้เขาชั่วคราว”
อันที่จริงจางถานอยากจะคัดค้าน แต่เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วไม่พูดอะไร
หลู่เซียงเกษียณ ตนได้กลายเป็นโส่วเซี่ยง และเจี่ยงเหวินเฟิงที่มีส่วนสนับสนุนอย่างมากในเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้ต้องการให้เขาอยู่ข้างกายอันอ๋อง หากตนคัดค้านไปก็ดูเหมือนคนขี้อิจฉาไปหน่อย
“พ่ะย่ะค่ะ” ในที่สุดเขาก็พูดออกมา
ฮ่องเต้พยักหน้าอย่างพอใจ “เช่นนั้นเจ้าเขียนพระราชโองการละกัน!”
จางถานฝนหมึกด้วยตนเองจากนั้นก็เขียนเรื่องการก่อกบฏตามคำพูดของฮ่องเต้ทีละเรื่อง
หลังจากเขียนเสร็จสีหน้าของฮ่องเต้แย่ลงทันใด
“ตอนแรกเจิ้นอยากพบลูกรอง อยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไร แต่พอคิดดูอีกทีพบแล้วจะได้อะไรกัน เรื่องนี้ลูกรองทำลงไปแล้ว เจิ้นไม่สามารถละเว้นเขาได้มีแต่เสียใจเพิ่มเท่านั้น เฮ้อ! เจิ้นรู้สึกล้มเหลวจริงๆ ลูกใหญ่สอนเขาจนกลายเป็นเช่นนั้น ส่ว