้ายมาอาการของฝ่าบาทกำเริบพอดี…”
จางถานตกใจในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงไม่พูดอะไรตั้งแต่ต้นยันจบ
ผ่านไปสักพักเขาถึงหาเสียงของตนเองเจอ “หมอหลวงเล่า”
หลู่เซียงมองหน้าเขาแล้วหันไปถาม “ว่านกงกง หมอหลวงหวงมาถึงหรือยัง”
หมอหลวงหวงออกเดินทางนานแล้วไม่นานหลังจากนั้นเขาก็นำหมอหลวงสองคนเข้ามา และตรวจชีพจรของฮ่องเต้
รอจนฝังเข็มเสร็จเผยกุ้ยเฟยอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ว่าอย่างไรบ้าง”
หมอหลวงหวงตอบกลับว่า “เหนียงเหนียงโปรดวางใจ ตลอดการเดินทางฝ่าบาทได้รับการดูแลเป็นอย่างดีพักผ่อนอีกสักหน่อยอาการจะดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
จางถานได้ยินเช่นนั้นไม่วางใจเลยแม้แต่น้อย เขาอาศัยช่วงที่อีกฝ่ายเขียนใบสั่งยาอยู่ห้องข้างๆ เข้าไปถามว่า “หมอหลวงหวงสรุปแล้วฝ่าบาทเป็นอะไรไปหรือ แล้วเมื่อไรจะอาการดีขึ้น”
หมอหลวงหวงขมวดคิ้วแน่น และตอบว่า “จางเซียง เรื่องนี้ข้าไม่สามารถตอบได้”
จางถานตกใจเขาถามอีกว่า “หมายความว่าอย่างไร ท่านรักษาไม่ได้หรือ”
หมอหลวงหวงตอบว่า “ฝ่าบาททรงพระประชวรหลายโรคอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนมาก พวกเราทำทุกอยางเท่าที่จะทำได้อย่างสุดกำลังความสามารถถึงระงับอาการได้ หากค่อยๆ บำรุงอาจจะฟื้นตัว วได้”
“อาจจะ ท่านห