ใต้รอยยิ้มนั้น “ผู้อาวุโสกัวอย่าฝืนยิ้มไปเลย น้องสามเป็นคนอย่างไรเปิ่นหวางทราบดี เขาเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เล็กแล้ว เรียนหนังสือก็อยาก กหลับ ท่านช่วยเหลือเขาเช่นนี้อยู่ทุกวันเกรงว่าจะโกรธจนล้มป่วยเสียก่อน”
กัวสวี่ยังคงยิ้มเขาไม่เห็นด้วยหรือไม่ปฏิเสธ
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญเช่นนี้ องค์ชายรองมาพบเขาก่อนหมายความว่าตนอยู่ในแผนของอีกฝ่าย และมีบทบาทที่สำคัญมาก
ผู้อาวุโสกัวแอบดีใจจนตัวลอยในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเล็กน้อย
ที่แท้เขาเป็นคนสำคัญ! ขนาดองค์ชายรองก่อกบฏยังให้ความสนใจมาที่ตน
อืม…เขารักษาชีวิตตนเองไว้ได้แล้ว!
พอคิดทบทวนดูอีกครั้งผู้อาวุโสกัวก็เข้าใจเหตุผลชัดเจนยิ่งขึ้น เขาเป็นคนที่คลุกคลีกับหนังสือประวัติศาสตร์ ในเรื่องการก่อกบฏจำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรบ้างเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร
นี่คือการทำให้เขาโดดเด่น!
นอกจากนี้ผู้อาวุโสจำนวนหนึ่งในราชสำนักตอนนี้เหลือเพียงสี่คนที่อยู่ในเมืองหลวง เขาที่มีคุณสมบัติต่ำที่สุด และเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะรังแก
ผู้อาวุโสกัวเกิดความโกรธขึ้นในใจ แต่ใบหน้ายังคงยิ้ม กำลังดูถูกข้าอยู่ใช่