ระองค์มีเพียงค่ายเสวียนอู่เท่านั้นที่สามารถระดมกำลังได้
ดังนั้นจะต้องมีการสร้างแรงผลักดันมหาศาล อาศัยช่วงที่ผู้อื่นไม่เข้าใจสร้างพลังที่ทรงอานุภาพด้วยการโน้มน้าวใจผู้ที่สับสน และมองไม่เห็นสถานการณ์อย่างชัดเจน
ลองนึกภาพเขาประสบความสำเร็จในการยึดวัง และได้นั่งอยู่บนตำแหน่งนั้นดูสิ มีขุนนางคนสำคัญพูดกับเขาว่าทรงพระเจริญหมื่นๆ ปี บรรดาขุนนางที่มีตำแหน่งไม่สูงพอนั้นมีภาพลวงตาที่ เขาได้ครองใต้หล้าหรือไม่ ตราบใดที่พวกเขายอมจำนนคุกเข่าให้ก็จะได้ชื่อเสียงฐานะ พูดให้ชัดเจนก็คือการหลอกลวงนั่นเอง
แต่องค์ชายรองยังคงไม่มั่นใจ “อาจารย์ คนเหล่านั้นเจ้าเล่ห์เกินไป! เปิ่นหวางพยายามผูกสัมพันธ์มานาน แต่ไม่มีผู้ใดอยากอยู่ฝั่งข้าสักคน…”
อาจารย์หงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ท่านซื่อตรงเกินไปต้องให้พวกเขาเป็นคนเริ่ม”
องค์ชายรองไม่เข้าใจ “พวกเขาไม่เริ่มก็ยากที่จะบังคับ…”
อาจารย์หงพูดแฝงความหมายไปว่า “วันนี้ผู้ที่ต้องเดินทางไปท้องพระโรงคือกัวสวี่ ก่อนหน้านี้เขาเดินทางออกจากพระราชวังได้ถูกกักตัวอยู่ที่ประตูหย่งเล่อแล้ว”
องค์ชายรองขานรับ
อาจารย์หงพูดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น