เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เขาคิดจะออกจากห้องพัก แต่ก็ไม่รู้ว่าทหารยามโผล่ออกมาจากตรงไหนยืนยิ้มขวางเขาอยู่ด้านหน้า
“ผู้อาวุโสกัว ข้างนอกมันหนาว! ท่านยังทานไม่อิ่มไม่ใช่หรือ ข้าน้อยให้คนนำบะหมี่สักชามมาให้ท่านรองท้องก่อนดีหรือไม่”
กัวสวี่ตอบ “ข้าจะกลับที่ทำการแล้ว หลีกไป!”
เท้าของทหารยามราวกับมีรากยึดติดกับพื้นร่างกายเขาไม่ขยับเลยสักนิด ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม “ใต้เท้ากัวอย่าเพิ่งโกรธ ข้างนอกกำลังขุดหิมะกันอยู่ ท่านโปรดรอสักครู่”
ขนาดนี้แล้วหากยังไม่รู้ว่ามีปัญหากัวสวี่ก็เสียชาติเกิดแล้ว
เขาพูดอย่างเย็นชา “ขุดหิมะใช้เวลานานเพียงนี้เลยหรือ”
“เป็นเช่นนั้นขอรับ ถนนถูกปิดกั้นอย่างหนักมาก” ทหารยามพูดอย่างไม่อาย ขนาดเผชิญหน้ากับสายตาเย็นชาของกัวสวี่เขายังไม่สะดุ้งเลย
จนกัวสวี่รู้สึกนับถือ “เจ้านี่กล้าจริงๆ!”
ทหารยามยิ้ม “ท่านชมเกินไปแล้ว”
กัวสวี่สงบอารมณ์แล้วพูดว่า “ไม่กลับที่ทำการไม่เป็นไร ข้าจะกลับไปที่ท้องพระโรงก่อน เวลาเป็นสิ่งมีค่าแทนที่จะนั่งเสียเปล่าโดยเปล่าประโยชน์ กลับไปอ่านฎีกาอีกสักสองสามฉบับดีกว่า ”
“น่าชื่นชมๆ” ทหารยามคำนับให้เขา แต