รแข่งขันครั้งนี้มีบางอย่างผิดปกติ ถึงคนจะเยอะแต่ก็ต้องคอยดูแล
ทว่าเขาไม่ได้ตอบรับและหันไปมองทางเฝ่ยไป๋ลู่พร้อมถามความเห็นเธอแทน
“ตามสบาย” เฝ่ยไป๋ลู่ก้มหน้ามองข้อความในโทรศัพท์ด้วยท่าทางไม่แยแส
กานว่างหันมองไปที่เหมียวจื่ออั๋งอีกครั้ง
เหมียวจื่ออั๋งยังไม่ทันพูดอะไร ก็เห็นสายตาของเจียงชิงมองตนเองหัวจรดเท้าแล้วยังแสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
“นี่คือเพื่อนร่วมทีมแบบสุ่มของศิษย์พี่รองงั้นเหรอ? ดูแล้วแย่กว่าเฝ่ยไป๋ลู่เสียอีก ศิษย์พี่รองต้องลากสองคนนี้จนเหนื่อยมากเลยสินะ” เจียงชิงคิดกับตัวเองว่า หากคนที่ได้อยู่ทีมเดียวกันกับพี่รองคือตัวเขา มันจะต้องดีมาก และในน้ำเสียงของเขาก็แฝงด้วยความริษยา
เหมียวจื่ออั๋ง “?” ไม่มีใครพูดแทนเขาได้เลยหรือไง?
เขาตีคนได้ไหมนะ?
หนุ่มน้อยคนนี้ดูท่าจะขาดทักษะการสื่อสารอย่างมีความฉลาดทางอารมณ์ที่สูงจริง ๆ
หรือเรียกง่าย ๆ ว่ามีความฉลาดทางอารมณ์ที่ต่ำสุด ๆ!
และอีกอย่างหัวหน้าที่ ‘หนึ่งคนลากสองคน’ คือเฝ่ยไป๋ลู่ต่างหาก ถึงจะถูก!
ภารกิจของหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน เขาและกานว่างคือคนที่ชนะอย่างง่ายดาย เข้าใจไหม?
ดวงตาโปนของเหมียวจื่ออั๋งพลันสบกับสายตาของเจียงชิง
ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน แรงเสียดทานก่อให้เกิดประกายไฟเสียงดังเปรี๊ยะ ๆ
ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็สั่น
เป็นข่าวเจ้าหน้าที่โจวมาถึงแล้ว เขาได้จัดทีมเข้าจับกุมเรียบร้อยแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจพฤติกรรมแบบเด็ก ๆ ของพวกเ