ียบๆ ก็ปิดปากยิ้มแล้วพูดว่า “คุณหนูหมิง ท่านไม่ย่างเนื้อให้กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงบ้างหรือ”
หมิงเวยเงยหน้าขึ้นตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ทักษะการทำอาหารของข้านั้นไม่ค่อยดีนัก ไม่สามารถเทียบกับคุณหนูเวินได้ หากย่างไม่อร่อยกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงจะทานได้หรือ ทำให้กุ้ยเฟยลำบ บากใจเสียเปล่าจึงไม่ทำดีกว่าเจ้าค่ะ”
เผยกุ้ยเฟยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “มีนางในย่างเนื้ออยู่แล้ว เหตุใดนางต้องทำด้วยเล่า”
จ้าวเหม่ยเหรินรู้สึกเบื่อในใจคิดถึงงานฉลองวันเกิดครานั้น หากให้แข่งกับเวินซิ่วอี๋อีกคงตื่นเต้นน่าชมไม่หยอก
เมื่อเห็นสีหน้าของหมิงเวยปกติดูไม่สนใจสักเท่าไรนางจึงไม่พูดยั่วยุต่อ
ทางด้านเวินซิ่วอี๋เรียกให้นางในนำเนื้อสองชิ้นมอบให้เผยกุ้ยเฟย “กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงลองลิ้มรสฝีมือซิ่วอี๋ดูหรือไม่เพคะ”
หมิงเวยมองไปที่จานเนื้อย่าง และไม่รอให้เผยกุ้ยเฟยเปิดปากพูดนางพูดขัดขึ้นว่า “เหนียงเหนียงทานไปมากแล้วเมื่อวานหมอหลวงบอกว่าระบบย่อยอาหารของท่านไม่ค่อยดี ไม่ควรทานอาหา ารมันๆ มากเกินไป แต่คุณหนูเวินมีน้ำใจ หากไม่ทานก็เสียดายเช่นนั้นมอบให้ข้าแทนได้หรือไม่”
เผยกุ้ยเฟยยิ้มโบกมือให้นางในข้างกายรับจานมาแล้วพูดว่า “เจ้าตะกละไปแล้วหรื