งว่า
“เจิ้นรู้ความคิดของเจ้า แต่ตราบใดที่ลูกรองยังคงก้าวร้าวเล็กน้อย เจิ้นจะไม่ลงโทษเขาเช่นนี้ พระราชโองการริบยศเขาเจิ้นเป็นผู้สั่ง แต่ผู้ที่เจ็บปวดที่สุดคือเจิ้นเอง! เจิ้นมีโอรสไม่กี่พระองค์ ลูกสามเกิดหลังจากขึ้นครองราชย์ เจิ้นยุ่งเกินกว่าจะดูแลเขา ลูกใหญ่ และลูกรองเกิดที่จวนจ้าวอ๋อง ตอนนั้นเจิ้นเป็นแค่เสียนอ๋อง และสนิทสนมกับพวกเขามาก ย่อมมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพวกเขามากกว่า”
“ฝ่าบาท…” ฮุ่ยเฟยร้องไห้
ฮ่องเต้พูดต่อว่า “เจิ้นมีความคาดหวังกับลูกรองเสมอ หวังว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือลูกใหญ่ได้ เป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันไม่คิดว่าเมื่อพวกเขาโตขึ้นยิ่งห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ เจิ้นเห็นแล้วปวดใจมากพี่น้องบ้านเดียวกันเหตุใดถึงกลายเป็นอยู่ร่วมโลกเดียวกันไม่ได้แล้ว ใช้กลอุบายอันเลวร้ายเพียงเพื่อจัดการกับพี่น้องของตน หลายวันมานี้เจิ้นนึกย้อนถึงตัวเอง รู้แต่เลี้ยงลูกไม่อบรมเป็นความผิดของบิดาหรือไม่!”
ฮุ่ยเฟยร้องไห้ออกมา “ไม่เพคะ ไม่ใช่ความผิดของฝ่าบาท ฝ่าบาทมีราชกิจสำคัญมากมายที่ต้องจัดการจะอบรมบุตรได้อย่างไร เป็นหม่อมฉัน เป็นหม่อมฉันที่ไม่ดูแลเขาให้ดี! มีหลายครั้งที่เขาพูดต่อหน้าหม่อมฉันว่าองค์ชา