ยใหญ่มีอาจารย์เก่งๆ มากมายสอนเขา หม่อมฉันเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเขา หม่อมฉันตำหนิเขาว่าไม่ควรทำตัวเสียมารยาทกับพี่ชาย แต่ไม่เคยให้เหตุผลกับเขาเลยผลกลับกลายเป็นว่าเขายิ่งกระทำรุนแรงมากขึ้นจนเกิดความคิดเช่นนั้น ฝ่าบาท…เรื่องนี้เป็นความผิดของหม่อมฉันที่ไม่ห้ามเขาให้ทันเวลาเพคะ”
“เอาล่ะๆ เจ้าอย่าร้องเลยเจิ้นเข้าใจแล้ว” ฮ่องเต้ปลอบนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เขาเป็นบุตรของเจ้าแล้วก็เป็นบุตรของข้าด้วย คิดว่าเจิ้นไม่เจ็บปวดหรือ ความรักที่ลึกซึ้งเป็นความรับผิดชอบของทุกคน หากเจ้าอยากพบเขาก็เรียกเขามา การส่งเสื้อผ้าฤดูหนาวไม่ใช่เรื่องใหญ่ เจ้าไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อยหรอกหลังจากนี้อยากส่งอะไรให้เขาก็บอกกับว่านต้าเป่าซะ”
ฮุ่ยเฟยซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพรากคิดจะโค้งกายขอบคุณ แต่ฮ่องเต้ก็ห้ามเอาไว้
“หากไม่ใช่เพราะน้องสาวอ้อนวอนขอความเมตตาแทน หม่อมฉันคงไม่สามารถบอกเรื่องในใจกับฝ่าบาทได้ หม่อมฉันอายุมากแล้วซ้ำยังป่วยจนกลายเป็นเช่นนี้ คงไม่ดีหากไปปรากฏตัวต่อหน้าฝ่าบาท มีน้องสาวคอยดูแลฝ่าบาทหม่อมฉันก็วางใจเพคะ” ท่าทีของฮ่องเต้ดูเรียบเฉยจนเดาใจได้ยาก
ฮุ่ยเฟยดูเหมือนจะตื่นเต้นจนไม่ได้สังเกตเห็น และย