ด้โต้เถียงกับเขาแต่พูดว่า “ในตอนแรกที่ข้ามุ่งเป้าไปที่ท่าน นอกจากท่านจะเป็นดาวมารแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งเจ้าค่ะ สำนักของพวกเรามีความแค้นกันอย่างมากจะบอกว ว่าแค้นมากถึงขั้นไม่อยากอยู่ร่วมใต้ฟ้าเดียวกันก็ไม่ผิด”
เสวียนเฟยดูสับสน “ข้าจำไม่ได้…”
“ท่านจำไม่ได้น่ะถูกแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเวยกระซิบ “เพราะอาจารย์ท่านไม่เคยบอกท่าน ท่านลองคิดดูว่าเหตุใดของของสำนักข้าถึงถูกสะกดอยู่ภายใต้หอดูดาวของเสวียนตูกวันได้กัน”
“….”
“ตกใจมากใช่หรือไม่เจ้าคะ” หมิงเวยจ้องมาที่เขา “อันที่จริงราชครูซูสิง อาจารย์ของท่านไม่ได้สูงส่งอย่างที่ท่านคิด ถึงเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อเรื่อง แต่เขารู้เรื่องราวภายใน และไม ม่คิดจะนำของคืนกลับมาให้พวกเราท่านคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ”
เสวียนเฟยขยับริมฝีปาก แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“เมื่อข้ามาที่เสวียนตูกวันครั้งแรกสิ่งที่ข้าคิดจริงๆ คือเข้าทางไหนจะสะดวกมากกว่าเจ้าค่ะ” หมิงเวยยิ้ม “ตอนนั้นข้ารู้สึกไม่ดีกับพวกท่านเลยจริงๆ แต่หลังจากนั้นข้าคิดว่า าบางทีท่านก็ไม่ได้แย่เพียงนั้น และบางทีท่านอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ได้ ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสข้าแล้วเหตุใดข้าถึงให้โอกาสท่านไม่ได้เล่า แล้วจากนั้นพวกเราก็